ในทุกปีเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว สถานที่ท่องเที่ยวที่มักจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากนั่นคือ ป่า ภูเขา หรือบนดอย...ซึ่งจะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพบกับประสบการณ์ท้าอากาศหนาวกันได้อย่างดีทีเดียว “อาทิตย์เอกเขนก” ฉบับนี้ก็เลยอยากที่จะชวนทุกคนขึ้นไปเที่ยวกันในจังหวัดที่ถือว่าเหนือสุดของแดนสยามเลยก็ว่าได้ นั่นคือจังหวัดเชียงรายนั่นเอง หากใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน ก็ลองติดตามอ่านไปกับคอลัมน์ฉบับนี้ เผื่อจะสามารถเลือกปักหมุดเป็นตัวเลือกที่ดีได้อีกหนึ่งแห่งด้วย
เริ่มต้นการเดินทาง เราเดินทางไปกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) หรือดีพร้อม ที่ครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะไปเร่งยกระดับกาแฟอาราบิก้าภายใต้อัตลักษณ์กาแฟภาคเหนือ พัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพ ทำให้ภาคเหนือตอนบนเป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟที่มีชื่อเสียง ซึ่งหลังจากที่ลงเครื่อง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวงเรียบร้อยแล้ว ก็กระโดดขึ้นรถไปขึ้นดอยต่อเลยทันที ซึ่งจุดหมายปลายทางอยู่ที่ดอยช้าง อำเภอแม่สรวย ที่ร้านหย่าโย ฟาร์ม ซึ่งเป็นจุดดูงานและดื่มด่ำกับบรรยากาศไปพร้อมๆ กัน
ระหว่างทางขึ้นดอยต้องยอมรับเลยว่าพาเวียนหัวเป็นอย่างมาก ด้วยความคดเคี้ยวของเส้นทางขึ้นไปจนต้องบังคับตัวเองให้หลับตานอนเพื่อที่จะได้ไม่เมารถ (ฮา) แต่เมื่อขึ้นไปถึงสถานที่แล้วอาการเมารถ หรือเวียนหัวก็ได้หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะด้วยบรรยากาศร้านกาแฟที่เป็นทั้งร้านอาหารและโรงงานคัดแยกและคั่วเมล็ดกาแฟที่ถูกจัดสรรไว้อย่างสวยงาม ทำให้ได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับลมเย็นที่พัดมาปะทะกับใบหน้าเรื่อยๆ ทำให้อาการเมารถที่มีอยู่ค่อยๆ ดีขึ้น
ณ ร้านหญ่าโย ฟาร์ม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่แนะนำหากใครต้องการที่จะได้สัมผัสกับอากาศหนาว บรรยากาศดีๆ แถมยังมีจุดเรียนรู้การคั่วกาแฟได้อีกด้วย ซึ่งทางผู้ประกอบการเจ้าของบริษัท หญ่าโย จำกัด จีรศักดิ์ จูเปาะ หรือพี่บี๋ เล่าให้ฟังว่า หญ่าโย ฟาร์ม เดิมเป็นผู้ปลูกกาแฟ โดยมีพื้นที่ปลูกที่ดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ในความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200-1,500 เมตร แต่ปัจจุบันได้พัฒนาจนมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตัวเอง โดยรับซื้อเมล็ดกาแฟมาจากผู้ปลูกกาแฟท้องถิ่นกว่า 300 ครัวเรือน ทำให้นอกจากจะสร้างแบรนด์ได้แล้ว ยังสร้างอาชีพและรายได้ของชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย
นอกจาก YAYO COFFEE จะมีกาแฟคุณภาพดีๆ ไว้บริการแล้ว ยังมีจุดเช็กอิน ถ่ายรูป และอาหารอร่อยๆ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เชื่อว่าการนั่งรถฝ่าเส้นทางลำบากมานั้น เมื่อได้มาถึงที่หมายแล้วก็ถือว่าเกินคุ้มอย่างมากแน่นอน
เมื่อลงมาจากดอยแล้ว จึงจะพาไปเที่ยวกันต่อที่สถานที่ยอดฮิตอีก 2 แห่ง ที่ถือว่ามีชื่อเสียงอย่างมากในจังหวัดเชียงราย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ขึ้น ก็อาจจะทำให้คนลดน้อยลงไปบ้าง แต่เชื่อว่าความฟินและความสวยงามของสถานที่นี้จะยังคงมีอย่างแน่นอน...
ที่แรกที่ใครมาเชียงรายก็จะต้องมีถ่ายรูปเช็กอินกันก็คือ ไร่บุญรอด หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อคือ สิงห์ปาร์ค ภายในพื้นที่กว่า 8,000 ไร่ ที่มากมายด้วยพืชพรรณต่างๆ ที่ขึ้นเต็มเนินเขา รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ในไร่ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมีให้ทำตลอดทั้งปี จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและสนุกไปกับกิจกรรมไปได้พร้อมๆ กัน แถมอีกเรื่องคือมีจุดให้ถ่ายรูปเช็กอินอีกเพียบ!
โดยตอนที่ไปถึงนั้นแม้จะเป็นช่วงกลางวัน แต่เป็นกลางวันในฤดูหนาว จึงแทบไม่มีแดดออกมาเลย บรรยากาศเย็นสบายตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น ซึ่งทางไร่จะมีรถรางบริการนำเที่ยวภายใน ที่เรียกว่ารถฟาร์มทัวร์ ทั้งให้ความรู้และพาจอดแวะตามจุดทำกิจกรรมหรือถ่ายรูปต่างๆ แบ่งเป็นจุดแรก เนินสิงห์ ลานดอกไม้ ทุ่งหญ้าหลากสี จุดที่ 2 ทะเลสาบและหงส์ ซึ่งสามารถให้อาหารปลาคาร์ฟได้ จุดที่ 3 ไร่ชาอู่หลง เนินหิน และจุดชงชาสมุนไพร จุดที่ 4 ทุ่งหญ้าและวิถีชีวิตสัตว์ ซึ่งถือว่าเป็นสวนสัตว์ขนาดย่อมที่จะสามารถเข้าไปให้อาหารได้ด้วยตัวเอง
อีกทั้งในไร่ยังมีร้านอาหารที่พร้อมให้บริการกับทุกท่าน ตั้งแต่อาหารไทยอาหารอิตาเลียน ฯลฯ โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นผลผลิตสดๆ จากไร่รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์สวยๆ รวมถึงศูนย์กีฬาและสันทนาการที่เป็นจุดเล่นกิจกรรม เช่น ปั่นจักรยาน โหนสลิงปีนผา และแอดเวนเจอร์โรปคอร์ส นอกจากนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกและของฝากอีกด้วย รังสรรค์จากฝีมือของ นายพุทธา กาบแก้ว หรือสล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
ที่ถือว่ามีความแปลกตา และสร้างจุดจดจำได้เป็นอย่างดี และภายในวิหารมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดฝาผนังเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ รวมถึงประดิษฐานพระประธานสีขาว สูง 6.50 เมตร หน้าตักกว้าง 5 เมตร ชื่อว่า “พระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ” ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาสำคัญของจังหวัดเชียงรายเลยก็ว่าได้
ซึ่งนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็กๆ ของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายสถานที่รอให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางไปเปิดประสบการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งอาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้เป็นได้เพียงสื่อกลางที่ใช้เปิดประสบการณ์สำหรับผู้ที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ทายาทรุ่นที่ 3 CIVIL สู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย แรงขับเคลื่อนองค์กรฝ่าวิกฤตเติบยั่งยืน
ในโลกธุรกิจ ไม่มีใครรู้ว่าวิกฤตครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เมื่อความไม่แน่นอนเกิดขึ้น องค์กรที่อยู่รอดมักเป็นองค์กรที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
‘กสิณพจน์ รอดโค’เล่าที่มาจากกัปตันการบินไทยเจอวิกฤตโควิด-19 ผันตัวเองตั้งบริษัทต่อยอดงานที่รักปลุกกระแส‘ซีเพลน’ให้บริการนักท่องเที่ยว
ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง "ซีเพลน" หรือเครื่องบินน้ำ กำลังก้าวขึ้นเป็นธุรกิจแห่งอนาคตที่น่าจับตาของประเทศไทย หลังรัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่และเปิดทางให้เกิดการให้บริการเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

