บทสรุปที่เห็นและเป็นอยู่ของการศึกษา-การพัฒนาคนที่ผ่านมานั้น จำเป็นต้องรื้อสร้าง-ปรับระบบการศึกษา-การสร้างคนให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงในคลื่นความรู้-การศึกษาสู่ฐานสมรรถนะใหม่ เพื่อหยุดความสูญเปล่าทางการศึกษาให้หมดไป! นี่คือฐานคิดในการสร้างบ้านแปงเมืองยุคใหม่!
สภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ การงาน และวิถีการดำรงชีวิตในโลกใบใหม่ที่เคลื่อนเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ส่งผลกระทบต่อสังคม-เศรษฐกิจ-ความก้าวหน้าใหม่ ที่เชื่อมการดำรงชีวิต-การงานเข้าสู่นวัตกรรม-เทคโนโลยีใหม่อย่างกลมกลืน ปรับโลกสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้การศึกษา-การพัฒนาคน-พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องปรับฐานคิด-ทิศทางสร้างการเรียนรู้ใหม่!
ประสบการณ์บทเรียนจากสังคมตะวันตกและประชาคมโลกที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลง-ปรับตัวของสังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งสมรรถนะของผู้คนและการศึกษาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ถูกบันทึกเสนอไว้ในงาน “ทางรอดในโลกใบใหม่แห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” ที่คลาว์ด ชวาบส์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร World Economic Forum ที่เขียนร่วมกับ นิโคลัส เดวิด สะท้อนประสบการณ์ให้รู้ถึงความจำเป็นที่ต้องปรับฐานคิด-ปรับการศึกษา-ปรับการพัฒนาคนขึ้นใหม่ โดยที่บ้านเมืองเราก็กำลังปรับฐานยกระดับประเทศสู่ประเทศไทย 4.0 และเปิดพื้นที่ “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” มุ่งดึงการลงทุนจากกลุ่มที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า-อุตสาหกรรม 4.0 มาขับเคลื่อนบ้านเมืองเชื่อมกับโลกใบใหม่อย่างมุ่งมั่น ซึ่งการปรับฐานการศึกษา-การสร้างคน-สร้างทรัพยากรมนุษย์ 4.0 เป็นภารกิจสำคัญคู่ไปกับการปรับโครงสร้างพื้นฐาน การดึงการลงทุน การยกระดับท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ!
การพัฒนาบุคลากร-การศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษ (อีอีซี) เริ่มด้วยการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม 4.0 และเป้าหมายที่วางไว้ในการลงทุนของอุตสาหกรรมเป้าหมายโดยรวม ที่มีทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเก่าที่ต้องยกระดับ และกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ อุตสาหกรรมระบบราง และอุตสาหกรรมอากาศยาน หุ่นยนต์ ดิจิทัล เป็นต้น ปัจจุบันเรามี 3 อุตสาหกรรมหลักที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่ารวมราวร้อยละ 50 ของจีดีพีประเทศ! ซึ่งวันนี้ต้องเร่งขยับปรับฐานพัฒนาให้ทันโลก 4.0 ซึ่งต้องการบุคลากรฐานสมรรถนะใหม่เพื่อยกระดับประเทศ ที่จำเป็นต้องจัดปรับการศึกษา-การฝึกอบรมคนให้ทันการรองรับการลงทุนและความก้าวหน้าเปลี่ยนแปลงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการศึกษาสำรวจความต้องการบุคลากรใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยเหตุว่าข้อมูลจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ หลายสถาบัน/หน่วยงานที่มีอยู่-ที่เคยศึกษาสำรวจกันนั้น มีตัวเลขต่างกันมาก จนไม่มีชุดข้อมูลไหนจะนำไปใช้เป็นเป้าหมายในการทำงานได้ ทั้งยังเป็นการสำรวจในกลุ่มงานแบบ Labor intensive ที่เป็นโหมดการผลิตยุคเก่า-เป็นโลกการผลิตและบริการยุค 2.0 ที่ไม่ใช่ 4.0!
ในการศึกษาสำรวจครั้งนี้ได้วางกรอบวิธีการศึกษาสำรวจแบบเฉพาะเจาะจง (Expert Consultation - Focus group) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในสนามงานจริง เพื่อสำรวจระดับงานและปริมาณความต้องการบุคลากรในงานแต่ละระดับ ที่เชื่อมอยู่ในห่วงโซ่การผลิตทั้งวงจรในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม พร้อมกับนำไปคำนวณในแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์การผลิต โดยยึดจากฐานเป้าหมายการลงทุนที่กำหนดไว้ เพื่อหาจำนวนสรุปความต้องการบุคลากรในแต่ละอุตสาหกรรม-แต่ละระดับงาน ว่ามีความต้องการจำนวนเท่าไหร่-ที่เป็นไปตามเป้าหมายลงทุน? เพื่อนำไปวางเป้าหมายการพัฒนาบุคลากรในการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก!
ผลจากการศึกษาความต้องการของบุคลากรใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย จากการศึกษาสำรวจตามกรอบที่วางไว้ได้จำนวนความต้องการบุคลากรรวม 475,668 คน ใน 10 อุตสาหกรรม แบ่งเป็นกลุ่มทักษะระดับอาชีวะร้อยละ 54 ที่เหลือเป็นกลุ่มสมรรถนะงานที่สูงกว่าอาชีวะ โดยมีอุตสาหกรรมที่ต้องการบุคลากรสูงสุดได้แก่อุตสาหกรรมดิจิทัล 116,222 คน อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ 109,910 คน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 58,228 คน และอุตสาหกรรมยานยนต์ 53,738 คน เป็น 4 อุตสาหกรรมที่ต้องการคนมากที่สุด ผลการสำรวจได้นำเสนอรัฐบาล (โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น-เป็นผู้กำกับดูแล) และรัฐบาลได้ประกาศใช้ตัวเลขที่ศึกษาสำรวจนี้เป็นตัวเลขเป้าหมายของประเทศ
จำนวนความต้องการทั้งหมดถูกนำใช้เป็นฐานการปฏิบัติในการสร้างคน-ปรับการศึกษา ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายสร้างความเข้าใจกับสถาบันการศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเคลื่อนงานสร้างคน-ปรับการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยหลังสถานการณ์โควิดมีการทบทวนจำนวนความต้องการบุคลากรใน 10 เป้าหมายอีกครั้ง โดยได้จำนวนความต้องการบุคลากรหลังจัดปรับรวมทั้งสิ้น 564,176 คน!
การกำหนดเป้าหมาย-ทิศทางก่อนปฏิบัติการปรับการศึกษา-สร้างคนฐานสมรรถนะใหม่ เป็นหมุดหมายที่ช่วยให้การทำงานไม่สะเปะสะปะ-ไม่ต้องมีบทเรียนล้มเหลวซ้ำซาก เช่น การศึกษา-การพัฒนาคนที่เกิดขึ้นตลอดมา! และช่วยกระตุ้นสถาบันการศึกษา-กลุ่มที่มีศักยภาพในงานการพัฒนาคนได้ตระหนักถึงอนาคต ที่ทำให้ตระหนักสร้างความเคลื่อนไหวที่มีทิศทางตรงตามความต้องการจริงไปในขณะเดียวกัน!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

