ก้าวย่างออกจากปัญหา .. ของประเทศ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... คำกล่าวที่ว่า.. เมื่อสังคมมนุษยชาติขาดศีลธรรม.. ย่อมพบภัยพิบัติ.. เสื่อมสูญสิ้นสลาย..” นับว่าเป็นสัจธรรมที่ควรน้อมนำมาพิจารณา.. เพื่อการตั้งอยู่ ดำรงอยู่ อย่างไม่ประมาท...

ศีลธรรม.. จึงมิใช่มีคุณค่าแค่เฉพาะบุคคล แต่หมายรวมถึง สังคม ครอบครัว.. และประเทศชาติด้วย

การให้คุณค่าของศีลธรรมว่า.. เป็นคุณธรรมของคนเรา.. ที่เรียกว่า มนุษยธรรม นั้น จึงเป็นเรื่องที่แสดงความสำคัญอย่างยิ่ง

เมื่อใด มนุษยธรรมยังดำรงอยู่ นั่นหมายถึง คุณของศีลธรรมยังคุ้มครองบุคคล หมู่ชน สังคม ประเทศชาตินั้นๆ.. เพื่อให้ดำรงอยู่อย่างมีความสุข.. ความเจริญในโภคะและเป็นไปเพื่อความสงบเย็น ไม่เร่าร้อน เศร้าหมอง ด้วยอำนาจของกิเลส

สิ่งสำคัญจึงต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งว่า ศีลธรรม.. นั้น มิได้จำกัดอยู่เพียงคำสั่งมิให้ล่วงไปในสิกขาบท ๕ ประการเพียงอย่างเดียว

แต่หมายถึง การพัฒนาจิตใจให้มีภูมิรู้ในหลักธรรมคำสั่งสอน.. เพื่อเป็นที่ตั้งของสติปัญญาและความเพียรชอบ.. ซึ่งธรรม ๓ ประการ แม้จะมีอุปการะมาก แต่หากไม่มีที่ตั้งที่เรียกว่า ภูมิธรรม สิ่งเหล่านั้นก็ยากจะเกิดมีขึ้นมาได้

ความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง จึงนำไปสู่การเจริญของสติปัญญา.. ที่ต่างก็ต้องอิงอาศัยกัน

การเรียกร้องให้คนเราคืนกลับมาสู่การดำรงชีวิตอย่างมีศีลธรรม.. เพื่อการปลูกสร้างมนุษยธรรมให้เกิดขึ้นอย่างไม่ได้ให้ความรู้ ความเข้าใจ ในหลักธรรมคำสั่งสอนที่เป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข.. ทั้งต่อตนและผู้อื่น มิใช่ฐานะที่จะนำไปสู่ความสัมฤทธิผลตามที่มุ่งหมายได้.. จึงได้เห็นคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่เป็นไปเพื่อให้มหาชนได้เข้าใจถึงประโยชน์แห่งธรรมที่ควรมุ่งหมาย.. เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสัมฤทธิผลตามมุ่งหมายนั้น ดังที่พระพุทธองค์ทรงวางหลักการ พึ่งตน-พึ่งธรรมด้วยพระพุทธภาษิตที่ว่า..

“อานนท์ ก็ภิกษุ ผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่...

เป็นผู้มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ เป็นอย่างไร?

อานนท์ ภิกษุในพระพุทธศาสนานี้ พึงพิจารณา กายในกาย เป็นผู้มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติอยู่ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้..

พิจารณา เวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ

พิจารณา จิตในจิต ฯลฯ

            พิจารณา ธรรมในธรรมทั้งหลาย มีความเพียร มีสติสัมปชัญญะ มีสติอยู่ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้

อานนท์! ภิกษุเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง เป็นผู้มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง ด้วยอาการอย่างนี้และ

อานนท์ เพราะว่าในกาลบัดนี้ก็ดี โดยกาลที่เราตถาคตล่วงลับไปแล้วก็ดี ภิกษุทั้งหลาย พวกใดพวกหนึ่ง จักเป็นผู้มีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง.. มีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง ไม่เป็นผู้มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งอยู่ ภิกษุทั้งหลาย พวกใดพวกหนึ่งเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา ภิกษุเหล่านี้นั้น จักเป็นผู้ประเสริฐสุดยอด แล...

จึงเห็นตามความเป็นจริงว่า.. การศึกษาคือรุ่งอรุณของชีวิต.. ซึ่งหมายถึง การจัดการศึกษาเพื่อชีวิตด้วยการศึกษาธรรม... เพื่อเข้าถึงอำนาจแห่งธรรมที่เหนืออำนาจทั้งปวง โดยยก อำนาจธรรม เป็นใหญ่ อันแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมใน อำนาจธรรม

การศึกษาธรรมในพระพุทธศาสนา เพื่อการยึดหลักพึ่งตน-พึ่งธรรม.. มีอยู่ในหลายพระสูตรที่ทรงแสดงไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะใน จักกวัตติสูตร ที่หมายถึง หลักธรรมของ พระเจ้าจักรพรรดิ ที่สามารถนำมาใช้ได้กับพระราชา.. ข้าราชการ.. นักปกครอง ผู้นำในสังคม ชุมชน ครอบครัว และบุคคลโดยทั่วไป ได้ผลเช่นเดียวกับพระเจ้าจักรพรรดิ... เมื่อพิจารณาถึงสาระสำคัญในพระสูตรดังกล่าว ใน ๓ หลักการ ที่แสดงจุดประสงค์ว่า..

๑.ธรรมาธิปไตย คือ มีธรรมเป็นใหญ่

๒.ธรรมิการักขา คือ ปกป้อง คุ้มครอง โดยธรรม

๓.อธรรมการนิเสธนา คือ ละเว้นอธรรม

๔.ธนานุประทาน คือ มอบทรัพย์แก่ผู้ขาดแคลน

๕.ปริปุจฉา คือ เสวนาธรรมกับสมณะ

โดยเมื่อขยายความในข้อที่ ๒ ธรรมิการักขา ออกไปเป็น ๘ ประการ ก็จักได้ จักรวรรดิวัตร ๑๒ ประการ

๒.๑ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในชนภายใน..

๒.๒ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในหมู่พล..

๒.๓ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในพวกกษัตริย์ผู้เป็นอนุยนต์..

๒.๔ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในพวกพราหมณ์..

๒.๕ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในหมู่คฤหบดี..

๒.๖ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในชาวนิคมชนบททั้งหลาย..

๒.๗ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในหมู่สมณพราหมณ์ และ

๒.๘ จงจัดการรักษา ป้องกัน และคุ้มครอง ในเหล่าเนื้อและนก

ในปัจจุบัน แม้สังคมจะเจริญก้าวหน้าไปในทางวัตถุเทคโนโลยี... แต่ก็มิได้หมายความว่า สังคมจะสามารถละทิ้งความเจริญทางธรรมที่เคยปฏิบัติถือส่งต่อกันมาได้... มิหนำซ้ำ!!.. หากกาลใด คนเราประมาท พาลกันทิ้งธรรม.. จึงก่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์เรา.. อย่างที่ความเจริญทางเทคโนโลยีมิได้สามารถช่วย รักษา.. ป้องกัน.. และคุ้มครอง ให้มวลมนุษยชาติอยู่อย่างปลอดภัยได้เลย

แน่นอน!! เราต้องยอมรับกฎเกณฑ์ธรรมชาติข้อหนึ่ง ว่า.. ทุกสรรพสิ่งตกอยู่ภายใต้อำนาจของธรรม ที่แสดงความเป็น อนิจจลักษณะ ให้เห็นจริงว่า สังคมมนุษยชาติอยู่ใต้อำนาจความเปลี่ยนแปลง (Society of Change)

แต่หากเรามั่นคงอยู่ในการประพฤติตนที่ไม่ละทิ้งหลักการ พึ่งตน-พึ่งธรรม .. ความเปลี่ยนแปลงนั้น.. ก็เป็นไปแต่สภาพธรรมภายนอก... แต่หาได้เปลี่ยนหลักการ อุดมการณ์ ข้อปฏิบัติ ที่เคารพในธรรมของเราได้ไม่.. และเมื่อเรายังดำรงอยู่ในการพึ่งธรรม... อำนาจธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเสมอไป ไม่ว่ากาลใด สมัยใด...

...อำนาจแห่งธรรม.. ไม่ใช่ความศักดิ์สิทธิ์ปาฏิหาริย์ใดๆ ภายนอกอย่างที่หลายคนเข้าใจกันมา.. แต่ความจริงก็คือ สติปัญญา ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรมของตน จนเกิด ภูมิความรู้ทางธรรม ขึ้น.. ให้รู้จัก คิด อ่าน ตริตรอง แยกแยะ.. ว่า อะไรดี.. อะไรชั่ว.. อะไรควร.. อะไรไม่ควร

จะไม่หลงเข้าไปกินผลไม้พิษ.. จากต้นไม้พิษที่มี ยอด ผล หวาน.. ที่มาจากรากที่เป็นพิษ แต่พึงปล่อยให้ลูกไม้พิษรับผลพิษจากพ่อของมันไปตามยถากรรม.. อันเป็นธรรมชาติในสายพันธุกรรมที่เป็นไปตามกฎแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องธรรมดา..

สำคัญยิ่งคือ.. หากสาธุชนชาวไทยทุกคนยึดมั่นในมงคลข้อที่ ๑ เพียงข้อเดียวเท่านั้น... สังคม ประเทศชาติ ก็ไปรอด ได้แก่.. การไม่เสพคบกับคนพาล.. พึงเสพคบกับบัณฑิต.. อันเป็นอุดมมงคลอย่างยิ่ง!!”

จึงควรอย่างยิ่งต่อการก้าวย่างออกจากปัญหา ด้วยสติปัญญา ที่ดำรงอยู่ในความไม่ประมาท..

รู้จักการศึกษาพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง.. จะได้ไม่หลงไม่กินดอกผลของต้นไม้พิษ.. ที่กำลังเกลื่อนกลาดบนแผ่นดินไทย!!.

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!

กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว