เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗ โครงการร้อยใจธรรม สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ที่ดำเนินการโดย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.ลำพูน ที่มีวัด/สำนักปฏิบัติธรรมสาขาในปกครอง ๗ แห่งทั่วทุกภาค ได้มี การขับเคลื่อนโครงการที่จังหวัดนครปฐม เป็นแห่งที่ ๒ เพื่อการดำเนินงานในอำเภอเป้าหมายให้ครบ ๑๐๐ อำเภอทั่วประเทศ ตามโครงการร้อยใจธรรม ร้อยอำเภอ สืบสานราชธรรม ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๗ โดยมีจุดประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในปีเฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำหรับการจัดงานตามโครงการที่จังหวัดนครปฐมนั้น นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กำหนดพื้นที่จัดงาน ณ ลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม นับว่าเป็นความเหมาะสมอย่างยิ่งต่อการจัดงาน ที่มุ่งเน้นการ “บรรยายธรรม บูชาคุณพระรัตนตรัย และสวดประกาศราชธรรม” เพื่อเป็นมงคลธรรมแก่ข้าราชการ ผู้นำชุมชนท้องถิ่น และประชาชนชาวนครปฐม
จะเป็นความบังเอิญที่พอเหมาะ พอดี.. ระหว่าง สถานที่กับหลักธรรม.. ก็น่าจะพูดได้ เมื่อพบว่าองค์พระปฐมเจดีย์.. ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า “พระธมเจดีย์” นั้น เป็นพระมหาธาตุหลวงของแผ่นดินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใด มีความสัมพันธ์ทางธรรม สืบเนื่องกับทศพิธราชธรรมมาจากสมัยพระอโศกมหาราช พุทธกษัตริย์แห่งชมพูทวีป ที่ได้อาราธนาอัญเชิญพระพุทธศาสนาสู่สุวรรณภูมิ โดยมีพระสมณทูตสายที่ ๘ ทำหน้าที่การเผยแผ่พระพุทธศาสนา
สมดังที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์จักรี ได้ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า พระปฐมเจดีย์แห่งนี้อาจสร้างขึ้นเมื่อคราวพระสมณทูตสายที่ ๙ ได้แก่ พระโสณะ พระอุตตระ ได้เดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามการอาราธนาของพระเจ้าอโศกมหาราช พุทธกษัตริย์ผู้เป็นพระธรรมราชาที่ทรงธรรม.. ดำรงตนอยู่ใน ทศพิธราชธรรม ผู้เป็นธรรมาธิปไตยแห่งชมพูทวีป
ด้วยหลักฐานอ้างอิงที่ว่า.. พระเจดีย์องค์เดิมที่ถูกพระเจดีย์องค์ปัจจุบันครอบอยู่นั้น มีลักษณะทรงโอคว่ำ แบบเดียวกับพระสถูปสาญจี ที่มียอดเป็นแบบปรางค์ ซึ่งคาดว่ามาจากการบูรณะเพิ่มเติมภายหลังจากเจ้านายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งที่มีความศรัทธา
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานนามใหม่จาก พระธมเจดีย์ เป็น พระปฐมเจดีย์ ด้วยทรงเชื่อว่า นี่คือ เจดีย์แห่งแรกในสุวรรณภูมิ อันเป็นเครื่องหมายของการสืบอายุพระพุทธศาสนา จากชมพูทวีป สืบเนื่องธรรมาธิปไตย สู่สุวรรณภูมิ จากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช
ดังมีบันทึกเล่าประกอบเรื่องราว เส้นทางพระสมณทูตที่เดินทางเข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสุวรรณภูมิว่า สมัยนั้น ประชาชนในดินแดนสุวรรณภูมิ กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวผีเสื้อสมุทร ซึ่งมักจับทารกกินเป็นอาหาร พระโสณะและพระอุตตระ พร้อมคณะ.. ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสมณทูตจากพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นผู้มีความแตกฉานในพระไตรปิฎก และเป็นกำลังสำคัญในการทำสังคายนาครั้งที่ ๓.. จึงได้แสดงธรรม “พรหมชาลสูตร” ซึ่งมีเนื้อหาว่าด้วยความเห็นผิด ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อที่ถูกต้อง มีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ทำให้พระพุทธศาสนาหยั่งรากลึกลงในสุวรรณภูมิ เจริญสืบเนื่องมาจนถึงความเป็นประเทศพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย พม่า ลาว กัมพูชา...
เนื่องจากพระเจ้าอโศกมหาราช พุทธกษัตริย์แห่งชมพูทวีป ได้ยึดหลักธรรมาธิปไตยในการปกครอง ได้มีพระราชศรัทธายิ่งในพระพุทธศาสนา และได้ทรงอุปถัมภ์การสังคายนาครั้งที่ ๓ โดยได้อาราธนาพระสงฆ์ได้ไปทำหน้าที่ “พระสมณทูต” ประกาศพระพุทธศาสนาในดินแดนต่างๆ ทั้งในชมพูทวีปและนอกเขตชมพูทวีป รวม ๙ สาย จึงเกิดการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหลักฐานปรากฏตามเส้นทางสายไหม ก่อเกิดอารยธรรมพุทธศาสน์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระเจดีย์ สถูป พระธรรมจักร วิหาร กุฏิที่พัก ศาลา การขุดเจาะถ้ำตามภูเขา เพื่อเป็นศาสนสถาน เป็นที่พักอาศัยของพระสงฆ์ และประกอบสังฆกรรม
สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ปรากฏในร่องรอยการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามทางสายไหม คือ การเผยแผ่หลักการปกครองตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา อันเนื่องมาจากอิทธิพลของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ประกาศหลักทศพิธราชธรรม โดยยกธรรมาธิปไตย เป็นธง.. เป็นยอด.. เป็นใหญ่ ที่แฝงมาในรูปแบบการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่นานาประเทศ ดังปรากฏชื่อดินแดนต่างๆ ในศิลาจารึก แผ่นที่ ๑๓ ในชุดศิลาจารึก ๑๔ แผ่น ความว่า.....
“... ธรรมวิชัย ซึ่งพระองค์ได้ทรงชนะแล้ว ทั้งในพระราชอาณาจักรของพระองค์ และในระหว่างดินแดนเพื่อนบ้านทั้งหลาย ไกลไปถึง ๖๐๐ ลี้ ซึ่งเป็นราชอาณาจักรของ พระเจ้าแอนติโอคัส (Antiochus) และดินแดนทิศเหนือของ พระเจ้าแอนติโอคัส (Antiochus) ได้แก่ กษัตริย์ ๔ พระองค์ คือ พระเจ้าปโตเลมี พระเจ้าแอนติโกนอส พระเจ้ามคัส พระเจ้าอเลกซานเดอร์ ในทิศใต้ก็มีแคว้นโจละและปัณฑยะ ไกลไปจนถึงเกาะตัมพปัณณิ (ลังกา) ...”
โดยสอดคล้องกับคัมภีร์พุทธศาสนาของทางลังกา ที่ได้กล่าวถึงดินแดนที่พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา หลังการทำสังคายนาพระธรรมวินัย ที่นครปาฏลีบุตร แคว้นมคธ เสร็จสิ้น ซึ่งแบ่งแยกออกเป็น ๙ สาย ซึ่ง สายที่ ๘ มีคณะพระโสณะและพระอุตตระ ไปสู่สุวรรณภูมิ และสายที่ ๙ คณะพระมหินทะ ไปสู่ลังกาทวีป ...
จึงปรากฏหลักฐานทางด้านการปกครองที่อ้างอิงคัมภีร์ของพระพุทธศาสนา ในบรรดากษัตริย์แต่ละสมัยที่ปกครองแผ่นดินสุวรรณภูมิที่ยึดหลัก ธรรมาธิปไตย ประกาศผ่านระบบ รัฏฐาภิปาลโนบาย เป็นแนวทางการปกครองตามแบบ พระธรรมราชา.. ที่สืบเนื่องมาจากพระเจ้าอโศกมหาราช จึงปรากฏ หลักทศพิธราชธรรม.. หลักจักกวัตติธรรม.. หลักราชสังคหวัตถุ ในแบบแผนการปกครองของประเทศในสุวรรณภูมิถึงปัจจุบัน
ดังปรากฏหลักฐานเป็นพระปฐมบรมราชโองการ ที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงประกาศพระราชปณิธานในการปกครองประเทศในแต่ละพระองค์ ด้วยการยึด หลักทศพิธราชธรรมจริยา.. เพื่อประโยชน์ของมวลอาณาประชาราษฎร์
นอกจากนั้น ยังทรงปฏิบัติตามหลักธรรมสำหรับพระมหากษัตริย์ ผู้ปกครองแผ่นดินโดยธรรม อีก ๓ หมวด ได้แก่ ราชสังคหวัตถุ จักรวรรดิวัตร และขัตติยพละ.. ซึ่งมีหลักฐานปรากฏถึงวันนี้
สำหรับหลัก ขัตติยะพละ ที่แปลว่า กำลังของพระมหากษัตริย์ นั้น อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนในสมัยปัจจุบัน แต่หากพิจารณาลงไปในรายละเอียด ๕ ประการ ก็จะพบว่า.. หลักธรรมเหล่านี้มีอยู่ในผู้ปกครองของแผ่นดินมายาวนาน ได้แก่..
๑.ต้องมีกำลังกาย (กายพละ)
๒.ต้องมีกำลังโภคสมบัติ (โภคพละ)
๓.ต้องมีกำลังข้าราชการที่ปรึกษาและผู้บริหารที่สามารถ (อมัจจพละ)
๔.ต้องมีกำลังความมีชาติสูง ต้องด้วยความเชิดชูของมหาชนและได้รับการอบรมศึกษามาอย่างดี (อภิชัจจพละ)
และ ๕.ต้องมีกำลังปัญญา (ปัญญาพละ)
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้ปกครองแผ่นดิน.. ในสุวรรณภูมิ.. จะศึกษาหลักธรรมดังกล่าวเป็นอย่างดี เพื่อการถือปฏิบัติอย่างถูกต้องตรงธรรม.. โดยจะประกอบกับการศึกษาพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา จึงได้เห็นบทบาทของผู้นำผู้ปกครองที่เป็นแบบอย่างของชาวพุทธที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะ คิด พูด หรือทำ..
การดำรงตนมั่นคงอยู่ในศีล ๕ การมีพรหมวิหารธรรม.. จึงเป็นแบบอย่างของผู้นำ ผู้ปกครอง ในสังคม และจะชักนำให้ประชาชนได้ถือปฏิบัติตาม เพื่อร่วมกันทำให้สังคมมีความสงบสุขโดยอำนาจแห่งธรรม
การปลูกฝังคุณธรรม.. การเสริมสร้างทัศนคติตามแบบพุทธศาสนา.. จึงเป็นเรื่องสำคัญต่อการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาชีวิตของผู้นำ ผู้ปกครอง ในสังคมไทย ตลอดจนถึงประชาชนชาวไทย.. ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลมาจาก คติธรรมในพระพุทธศาสนา ที่เผยแผ่มาจากชมพูทวีป.. ตามเส้นทางสายไหม ที่ส่งสืบต่อพุทธศาสนามาทางพระสมณทูต ที่เผยแผ่มาจากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช สู่ สุวรรณภูมิ.. จนถึงปัจจุบัน ที่น่าศึกษายิ่ง.. เมื่อได้เห็น พระปฐมเจดีย์ อันเป็นเครื่องหมายของการส่งสืบต่อพระพุทธศาสนามาจากชมพูทวีป.. ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน จึงให้เกิดความปีติยินดียิ่ง ต่อการได้มาสวดบูชาคุณพระรัตนตรัย และประกาศทศพิธราชธรรมต่อเบื้องหน้า คือ พระปฐมเจดีย์ อันเป็นเครื่องหมายส่งสืบเนื่องหลักการปกครองแผ่นดินโดยธรรม.. ด้วยการมี ธรรมาธิปไตย จากพระเจ้าอโศกมหาราช พุทธกษัตริย์แห่งชมพูทวีป.. มาจนถึง พระธรรมราชาแห่งสุวรรณภูมิทุกพระองค์...
จึงควรอย่างยิ่งต่อการจัดงานโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน... เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่บุรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์.. และน้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธกษัตริย์ผู้ทรงธรรมของชาวไทยในสมัยปัจจุบัน!!.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

