เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในโอกาสที่เดินทางมาจำพรรษาบนภูเขา ณ เมืองปูเน่ อินเดีย ในปี ๒๕๖๘ นี้... นับว่าเป็นความเหมาะควรอย่างยิ่งต่อการเจริญภาวนาในสถานที่อันสงบ ห่างไกลความวุ่นวายจากกระแสสังคมที่กำลังผกผัน...
อากาศที่หนาวเย็น ด้วยลมฝนที่ซัดสาดฝอยละอองผ่านทิวเขาสูงลงมากระทบ.. ช่างเย็นสบาย เหมาะควรต่อการหายใจเข้า-ออกยาวๆ เพื่อเจริญสติ เสริมสร้างสุขภาพ เพิ่มพูนปัญญา.. อันเป็นคุณค่าของอานาปานสติในพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดีแล้ว
ยิ่งในยามนั่งแสดงธรรม ณ ลานโพธิ์-ลานธรรม ด้านหน้าสถูปทรงสาญจี ที่สร้างด้วยปัจจัยเงินทองของชาวอินเดีย จำนวนหลายสิบล้าน.. ยิ่งมีความสุขใจอย่างยิ่ง เมื่อได้สัมผัสกระแสความศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลายในพระพุทธศาสนาบนแผ่นดิน พุทธภูมิ!
เสียงสวดมนต์บูชาสำเนียงอินเดีย ที่ใกล้เคียงกับ ภาษามคธี (บาลี) ดั้งเดิม.. ยิ่งปลุกใจให้เกิดภาวะเบิกบาน ตื่นรู้ และยิ่งเมื่อได้เห็น.. ได้ยินใบโพธิ์ที่ปลิวแล่นลมในยามเช้า.. ทำให้นึกถึงต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์...
การก้มลงกราบอย่างรู้คุณค่า.. ในพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ อันไม่มีประมาณ จึงเป็นนิสัยของสัตว์ประเสริฐ.. ที่สัตว์เลวต่ำช้าสามานย์.. สถุลไร้ค่ายิ่งกว่าเดรัจฉาน.. ยากจะเข้าใจ.. ว่า... ไปกราบแล้วได้อะไร!!
ในกระแสสังคมที่ระดมไปด้วยปัญหา จนยากจับต้นชนปลายว่าอะไรหัว .. อะไรหาง จึงได้เห็นความสาละวนกับการแก้ไขปัญหา ดุจดัง คนตาบอดคลำช้าง.. จึงให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า.. เพราะการไม่รู้ไม่เข้าใจในธรรม (ปฏิจจสมุปบาท) .. หมู่สัตว์จึงยุ่งเหยิง เหมือนขอดด้ายของช่างทอหูก ผูกเป็นปมนุงนังเหมือนกระจุกด้าย จนยากจะสืบสาว..สอบสวน หาต้น..หาปลาย เพื่อคลี่คลายปมปัญหาให้สิ้นไปได้...
ดังปัญหาในแวดวงพระสงฆ์ยามนี้... ที่กำลังออกอาการโคม่า อันเนื่องมาจากภิกษุ-สามเณรจำนวนไม่น้อย ประพฤติผิดพระธรรมวินัย มีการรับเงินทองหรือยินดีในการรับเงินทอง.. จนชักนำไปสู่การบริโภคกาม.. ที่ไม่แตกต่างไปกว่าชาวบ้าน.. จนก่อเกิดวิกฤตศรัทธาดังปรากฏ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของเบญจกามคุณ.. ที่เนื่องมาจากเงินทอง ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า.. เรากล่าวว่า เงินทองควรแก่ผู้ใด เบญจกามคุณควรแก่ผู้นั้น.. พึงจำไว้ส่วนเดียวว่า เบญจกามคุณมิใช่ธรรมของสมณะ!!
จริงๆ แล้ว ปัญหาน้อยใหญ่ที่ทำลายพระสงฆ์อยู่ในขณะนี้ รวมความแล้วมีเรื่องเดียวเท่านั้นเอง... คือ
การรับเงินทอง.. การแสวงหาเงินทอง.. การยินดีในเงินทองที่มีผู้รับให้.. การประกอบธุรกรรมถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะ.. การซื้อและการขายในรูปแบบต่างๆ จนก่อเกิดพุทธพานิชย์ขึ้นมากมาย... ในวัดวาอาราม.. ที่ผิดแผกไปจาก พุทธศาสนาแท้จริง...
แม้ว่าจะมีพุทธบัญญัติ ห้ามกระทำอย่างชัดเจน ดังปรากฏอยู่ในสิกขาบท (โกสิยวรรค) หมวดธรรมนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ที่ยากจะเลี่ยงบาลีได้.. แต่ก็ยังมีการถือปฏิบัติผิดๆ กันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติใหม่ที่พระภิกษุ-สามเณรรับเงินทอง ถือครอบครองมีไว้ในบัญชีของตนเองได้ ก่อเกิดเป็น ศาสนาเนื้องอกขึ้น!
จึงได้เห็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงเหตุที่แท้จริงด้วยวิธีการต่างๆ นานา อย่างไม่ยอมเข้าใจใน ศีลปาติโมกข์ หมวดดังกล่าว และไม่ยอมรับพระธรรมคำสั่งสอนที่ปรากฏอยู่ใน มณิจูฬกสูตร (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๘) .. ซึ่งมีพุทธบัญญัติไว้ชัดเจน
วันนี้จึงได้เห็นการแก้ไขปัญหาของฝ่ายปกครองสงฆ์ที่เป็นไปตามข้อแนะนำของบ้านเมือง ในเชิงการสรรหาวิธีการเพื่อการให้ได้มาในเงินทองอย่างเปิดเผย สามารถตรวจสอบได้.. ถูกต้องแบบทางโลก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยทุจริต โดยให้มีการเปิดบัญชีในนามชื่อวัด ที่ต้องมี พระภิกษุ (เจ้าอาวาส) และฆราวาสจำนวน ๒ คน เพื่อการลงนามรับ-จ่ายจำนวน ๒ ใน ๓ จะได้ป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้คำนึงว่าผิดพระธรรมวินัยหรือไม่....
จึงนับเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นการแก้ปัญหาอย่างไม่ยอมเข้าใจรากเหง้าปัญหาที่แท้จริง ซึ่งพระพุทธศาสนาของเรามีคำสั่งสอนชัดเจนว่า.. สิ่งทั้งหลายเกิดขึ้นจากเหตุ.. ซึ่งเหตุที่แท้จริงในปัญหาสังฆมณฑลยามนี้ คือ การไม่เคารพในพระธรรมวินัย.. การไม่ถือปฏิบัติตามพระธรรมวินัย.. ของหมู่พระสงฆ์ ที่เข้ามาสู่พระพุทธศาสนา... เพื่อแสวงหาความชอบธรรมอย่างไร้ธรรมวินัย
..ในทุกปัญหา .. หากองค์กรปกครองสงฆ์มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาที่กำลังออกดอกออกผล เน่าเหม็นอยู่ในแวดวงพระสงฆ์ยามนี้ให้สิ้นไป มิใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ออกกฎระเบียบเข้ามาควบคุม ไม่ให้พระสงฆ์ มี.. รับ.. สั่งสม เงินทอง.. วัตถุของมีค่า.. ทรัพย์สินทั้งหลายแบบชาวบ้าน...
...โดยให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตามพุทธบัญญัติใน เภสัชชขันธกะ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุยินดีใน กัปปิยภัณฑ์ คือ สิ่งอันควรสำหรับสงฆ์ อันได้มาจากทองและเงินที่มีผู้ถวายไว้แก่กัปปิยการก (ศิษย์)... แต่มิให้ยินดีในการแสวงหาทองและเงินด้วยตนเอง.. ถ้าทำได้ตามนี้ ปัญหาภายในของคณะสงฆ์ในทุกปัญหาดังที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลก จะหยุดลงทันที...
สำหรับในส่วนของบ้านเมือง... โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.. ที่ตั้งใจทำงานกันอย่างหนัก คาดหวังว่า จะเข้าตรวจวัดต่างๆ รวมเป็นหมื่นวัด.. เพื่อจัดระเบียบกันใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้ว มิได้มีอะไรยุ่งยากสลับซับซ้อนแบบซ่องโจรเลย หากตั้งใจจะทำกันจริงๆ จังๆ เพียงแค่ติดต่อขอข้อมูลจากธนาคาร สถาบันการเงินทุกแห่ง ให้ช่วยจัดส่งข้อมูลบัญชีส่วนตัวของพระทุกรูป วัดวาอาราม.. องค์กร หรือสถาบันที่เกี่ยวกับศาสนาทุกแห่ง มาให้ตรวจสอบได้โดยตรง โดยอาศัยกฎหมายที่สามารถทำได้.. เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบในเรื่อง การมี.. รับ.. ครอบครอง เงินทอง วัตถุมีค่าต่างๆ และหากจะลงลึกไปในเส้นทางการเงิน ก็ย่อมสามารถกระทำได้.. ซึ่งจะได้ข้อมูลโดยไม่ต้องออกแรงเดินทางไปให้มันเหนื่อยเล่น...
เพียงแต่ขอให้ประสานโดยตรงกับองค์กรปกครองสงฆ์ (ตามกฎหมาย) ว่า... ขอให้ออกระเบียบให้พระสงฆ์ถือปฏิบัติตาม.. ด้วยการแสดงเจตนาเปิดเผยบัญชีหรือสถานะทางการเงิน (หากมี..) พร้อมวัตถุของมีค่าที่ครอบครอง รวมถึงรายชื่อญาติโยมอุปัฏฐาก ผู้ทำหน้าที่ดูแลเงินทอง เพื่อการเรียกใช้เป็นกัปปิยภัณฑ์ในพระภิกษุทุกรูป (หากมี)...
สำคัญอย่างยิ่ง คือ พระผู้ใหญ่ทุกรูป ทุกตำแหน่ง ทุกหน้าที่ ในฐานะ เจ้าคณะฝ่ายปกครอง.. เจ้าอาวาสทุกรูป ควรที่เปิดเผย.. แสดงบัญชีทรัพย์สินที่มีหรือครอบครอง.. ทั้งที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินในฐานะสมณะ โดยหากมีทรัพย์สินติดตัวมาก่อนบวช ก็ให้พึงแสดงหลักฐานประกอบด้วย....
อีกปัญหาหนึ่ง .. ในแวดวงสงฆ์ ที่วุ่นวายกันมาก ได้แก่ การแสวงหาอำนาจหน้าที่ ยศถาบรรดาศักดิ์ โดยเฉพาะการแต่งตั้งการปกครองคณะสงฆ์ ที่จัดแบ่งกันแบบทางโลก มีเจ้าคณะภาค.. จังหวัด.. อำเภอ.. ตำบล.. ที่ล้อกับทางโลก จึงควรอย่างยิ่งต่อการกลับไปศึกษาแนวทางการปกครองของคณะสงฆ์ดั้งเดิมตามพระธรรมวินัย ว่า.. พระพุทธเจ้าทรงแนะนำสั่งสอนให้มีการปกครองสงฆ์อย่างไรในพระพุทธศาสนา
เรื่องแต่งตั้งพระสงฆ์ฝ่ายปกครองไปกำกับดูแลแต่ละพื้นที่.. ทุกลำดับ จนถึงความเป็นเจ้าอาวาส.. จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาหาวิธีการที่รอบคอบ สามารถตรวจสอบได้ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และปัญญาวุฒิ.. โดยควรเปิดโอกาสให้สังคมในพื้นที่ ทั้งจากหมู่พระและฝ่ายบ้านเมืองประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการแสวงหา.. เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนรับผิดชอบในการขับเคลื่อนองค์กรพระพุทธศาสนาให้สืบเนื่องต่อไป.... เพื่อประโยชน์แห่งสังคมประเทศชาติที่จะได้รับ เนื่องจากความเข้มแข็ง มั่นคง ของพระพุทธศาสนาที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากพระธรรมวินัยดั้งเดิม ซึ่งถ้าทำได้จริง... ทุกปัญหาจบแน่นอน!!.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

