AI กับการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ให้ใคร ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  

เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ( Artificial intelligence ) มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโลกของ”การศึกษา-การทำงาน”

อย่างล่าสุดเมื่อ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยจาก”นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อไทย www.jobthai.com  “ที่ให้ข้อมูลว่า  จากการรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลความต้องการแรงงานและพฤติกรรมความต้องการของผู้สมัครงานทั่วประเทศของผู้ใช้งานจ๊อบไทยพบสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้

5 ธุรกิจที่มีความต้องการแรงงานมากที่สุดได้แก่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม -ธุรกิจค้าปลีก-ธุรกิจยานยนต์-ธุรกิจบริการ-ธุรกิจก่อสร้าง  ซึ่งในมิติของทักษะการทำงาน พบว่า องค์กรต้องการคนทำงานที่มีทักษะความรู้ด้าน AI และความสามารถในการใช้เครื่องมือ AI สูงขึ้น

และจาการทำแบบสำรวจ สำรวจ “การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้งานภายในองค์กรและการทำงาน” จากกลุ่มตัวอย่างคนทำงานกว่า 2,600 คน และ HR กว่า 600 องค์กรทั่วประเทศ พบว่า49.42% ขององค์กรไทย ได้นำ AI เข้ามาใช้ในงานบางส่วนแล้ว-63.93% ของคนทำงาน เคยใช้ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานค้นคว้า เขียนสรุปเนื้อหา และสร้างคอนเทนต์ โดยGen Z เป็นกลุ่มที่ใช้ AI มากที่สุดถึง 67.5% รองลงมาคือ Gen Y (64.16%) และ Gen X (55.11%)

 อีกทั้งพบว่า คนทำงาน 74.29% มีทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ AI โดยเห็นว่า AI ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน 69.71% มองว่า AI มีส่วนทำให้คนตกงานบ้างในบางสายงาน แต่เป็นแรงกระตุ้นให้ต้องพัฒนา “ทักษะใหม่” แทนที่จะหลีกเลี่ยง

ขณะที่ภาครัฐเอง ก็มีการขยับในเรื่อง”การขยายโอกาสด้านเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย AI โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) “ในฐานะผู้ผลักดันหลัก พบว่า ขณะนี้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ Google Cloud ประเทศไทย ในงานแถลง “ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Google Cloud เพื่อขยายโอกาสด้านเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย AI”เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา  โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และปลดล็อกศักยภาพของคนไทยด้วยเทคโนโลยี AI ผ่านการสนับสนุนให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุ 18 ปี ขึ้นไป สามารถเข้าถึงแพ็กเกจ AI ระดับพรีเมียม หรือ โปร แบบใช้งานส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนาน 1 ปี ซึ่งจะหมดเขตลงทะเบียนรับสิทธิ์ 9 ธันวาคม 2568

...กระทรวงดีอีพร้อมศึกษาและผลักดันขยายสิทธิ์ให้คนไทยทุกคนได้ใช้งาน AI ระดับพรีเมียม หรือ โปร ฟรี! กว่า 5 ล้านคนในเฟสต่อไป ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของ ดีอี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของ AI ที่ปัจจุบันเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งในด้านการเรียน การค้นคว้า และการทำงาน ตลอดจนความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาทักษะ AI ให้กับคนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI เวอร์ชันพรีเมียม หรือ โปร สำหรับการใช้งานส่วนตัว ประกอบกับศักยภาพที่โดดเด่นของตลาดผู้ใช้งานในประเทศ ที่มีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการใช้งาน Gemini Consumer Application สูงสุดในโลก

“ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)”ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลไทย โดยดีอี ตระหนักดีว่า AI คือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต เรามีพันธกิจที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึง AI ได้อย่างเท่าเทียม เพื่อลดช่องว่างสร้างโอกาสให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาทุกคน กระทรวงฯ จึงได้ทำงานใกล้ชิดกับ Google โดยเริ่มต้นจากกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุ 18 ปี ขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ พวกเขาต้องการเครื่องมือ AI ที่ดีที่สุดเพื่อการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง การเปิดโอกาสให้เข้าถึง AI ระดับพรีเมียม หรือ โปร ซึ่งมีค่าบริการเฉลี่ยต่อเดือน 750 บาท รวม 12 เดือน 9,000 บาทได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้ ดีอี ยังคงมุ่งมั่นผลักดันให้การเข้าถึงเทคโนโลยี AI กลายเป็น ‘สิทธิขั้นพื้นฐาน’ของประชาชนทุกคน สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในระยะแรกไม่ต้องกังวลว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง กระทรวงดีอีและ Google เดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอนาคต เพื่อเร่งศึกษา ผลักดัน และขยายสิทธิ์ รวมทั้งปรับเงื่อนไข ให้คนไทยทุกคนได้ใช้งาน AI ระดับพรีเมียม หรือ โปร ฟรี! อย่างทั่วถึง ตั้งเป้ากว่า 5 ล้านคน ในเฟสต่อไปพร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลจากการใช้งาน AI ด้วยมาตรการควบคุมระดับองค์กรของ Google Cloud

“รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนฝึกวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) และใช้เหตุผลในการตัดสินใจด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจนขาดทักษะในการคิด เพราะการใช้ AI ที่มีความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับการคิดของมนุษย์ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ดีอีจะได้ดำเนินการความร่วมมือกับ Google รวมทั้งแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในอนาคต เพื่อให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ภายใต้บทบาทและหน้าที่ตามกฎระเบียบของทางราชการต่อไป”

สำหรับ “ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Google Cloud เพื่อขยายโอกาสด้านเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย AI” ในระยะแรก จะมุ่งเน้นไปที่การมอบสิทธิ์การใช้งานแพ็กเกจ Google AI Pro สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา อายุ 18 ปี ขึ้นไป สำหรับใช้งานส่วนตัว ฟรี! นาน 12 เดือน ซึ่งจะหมดเขตลงทะเบียนรับสิทธิ์ 9 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ โครงการจะพัฒนาโซลูชันการเรียนรู้ระดับชาติ โดยอาศัยแพลตฟอร์ม Vertex AI และ โมเดล Gemini ของ Google Cloud โดยเฉพาะ Vertex AI Model Garden ที่จะช่วยรับรองความยืดหยุ่นและการบูรณาการแบบเปิดกับโมเดล AI ชั้นนำในอุตสาหกรรม รวมถึงโมเดลของ Google โมเดลจากพันธมิตรและโมเดลแบบเปิดอื่น ๆ เริ่มแรกโซลูชันการเรียนรู้ระดับชาตินี้จะให้บริการคอร์สอบรมออนไลน์ที่มีการแนะนำขั้นตอนและฝึกปฏิบัติจริง เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าสนใจให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็นกลุ่มแรก ซึ่งโซลูชันดังกล่าวมีการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อความสำเร็จทั้งในสายอาชีพและชีวิตประจำวันในโลกที่เทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น

สำหรับเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตรวจสอบหลักเกณฑ์การรับสิทธิ์ และช่องทางการลงทะเบียนได้ที่ https://gemini.google/th/students/?hl=th

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..

เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!

กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว