
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์’ กรรมการผู้จัดการบริษัท ปรีดาโฮลดิ้ง จำกัด เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เป็นที่จับตาของวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่สามารถเปลี่ยนผ่านองค์กรธุรกิจครอบครัว “ปรีดา กรุ๊ป” ที่มีประวัติมาอย่างยาวนานถึง 70 ปี ให้กลายเป็นองค์กรที่สามารถขับเคลื่อนได้ในยุคดิจิทัลอย่างสง่างาม
ก่อนจะมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวนั้น ปิติพัฒน์เล่าว่าได้บินลัดฟ้าไปเรียนต่อด้านวิศวกรโยธา ที่ University of California Berkeley สหรัฐ เป็นการปูทางสู่การเข้ามาทำงานอย่างเต็มตัว เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการงานก่อสร้างอย่างลึกซึ้ง หลังจากเรียนจบก็ได้หาประสบการณ์ด้วยการเป็นที่ปรึกษาด้านการก่อสร้างอยู่ที่สหรัฐเกือบ 9 ปี จนได้ถือสัญชาติ อเมริกัน ก่อนจะกลับมาทำงานที่ประเทศไทย หาประสบการณ์ในบริษัทที่ปรึกษาด้านการก่อสร้าง เพื่อหาประสบการณ์สร้าง Connection ในวงการอสังหาฯ ในประเทศไทย 1 ปีเต็ม แล้วกลับเข้ามาสานต่องานธุรกิจครอบครัวเต็มรูปแบบอีกครั้ง

โดยการกลับมาบริหารธุรกิจของ “ปิติพัฒน์” เป็นยุคของรุ่นที่ 3 เป็นการเข้ามารับช่วงมาจากรุ่นคุณปู่ และคุณพ่อ ที่คลุกคลีอยู่ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาตลอด 7 ทศวรรษ “ปรีดา กรุ๊ป” ในรุ่นที่ 3 ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย 3 คนพี่น้อง คือตัว “ปิติพัฒน์” กับปาล์ม ปรีดานนท์ พี่ชายคนโต และปิยะฉัตร ปรีดานนท์ ทั้ง 3 คนจับมือขยายธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยการก่อตั้งบริษัท ปรีดา เรียล เอสเตส จำกัด ด้วยการเริ่มต้นพัฒนาโครงการแรกของบริษัทโดยเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ Grene Condo ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานพัฒนาที่อยู่อาศัยและเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญแห่งรุ่นที่ 3 ของปรีดา กรุ๊ป โดยมีน้องสาว ซึ่งเป็นสถาปนิกมือดีเข้ามาดูแลงานออกแบบ และพี่ชายดูแลด้านงานไอที ส่วนตนเองนั้นควบคุมด้านการก่อสร้างทั้งหมด
“คอนโดมิเนียมโดยทั่วไปจะออกแบบโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางแต่ก็จะต้องอยู่เป็นพื้นฐานของต้นทุนและความคุ้มค่าของการลงทุน แต่คอนโดฯ ที่เราจะสร้างขึ้นนี้มีจุดแตกต่าง คือ เราเน้นความยั่งยืน จะตั้งโจทย์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก และเราได้นำความเป็นปรีดา กรุ๊ป ที่มีประสบการณ์ด้านงานก่อสร้างมากว่า 70 ปี ซึ่งมีความได้เปรียบในด้านการก่อสร้าง ทั้งการเข้าถึงวัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพในราคาที่ดี เพื่อส่งต่องานคุณภาพให้ผู้อยู่อาศัย” ปิติพัฒน์กล่าว
ส่วนหลักสำคัญในการทำงานของ “ปิติพัฒน์” คือ ต้องลงพื้นที่ให้มาก ต้องเข้าไปพบปะพูดคุยกับคนทำงาน ทั้งวิศวกรที่ดูแลโครงการ ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ ทุกๆ ฝ่าย เพื่อนำปัญหามาปรับปรุง ซึ่งหัวใจในการทำงานที่เป็น DNA ของปรีดา กรุ๊ป ก็คือ การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานทุกคนเพื่อไปปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น นอกจากนี้องค์กรยังให้ความสำคัญกับด้านบุคลากรอย่างมาก โดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

สำหรับ การขับเคลื่อนองค์กรโดยรุ่นที่ 3 เป็นรุ่นของปิติพัฒน์และพี่น้อง ถือว่าทำได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ซึ่งในส่วนของแบรนด์ Grene ที่แรก สุทธิสาร แจ้งวัฒนะ และปัจจุบันการันตีคุณภาพ ก็ได้ขยายโครงการออกไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยังได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ คือ โซลเลซ (Solace) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่จะมาจับตลาดระดับบน ประเดิมที่แรกบนทำเลพหลฯ-ประดิพัทธ์ ที่ถือว่าเปิดตัวได้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศด้านการออกแบบอาคารสูงสำหรับที่พักอาศัยของประเทศไทย Award Winner-Residential High Rise Achitecture Thailand จากการประกวดในงาน International Property Award-Asia Pacific ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกจากอังกฤษ
ส่วนสถานะด้านครอบครัวนั้น ปัจจุบันปิติพัฒน์ได้สมรสกับอรชุมา ดุรงค์เดช มีทายาทวัยน่ารัก 2 คน คู่แฝดชาย-หญิง ส่วนแผนการส่งต่อธุรกิจไปสู่ทายาทรุ่นที่ 4 นั้น ปิติพัฒน์ได้มองอนาคตไว้แล้วว่าต้องลดการพึ่งพาการบริหารจากคนในครอบครัวลง แต่ต้องดึงมืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารให้มากขึ้น เพื่อก้าวข้ามคำว่าธุรกิจครอบครัวและก้าวสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเป้าหมายอีกไม่ไกลที่เขาได้วางแผนไว้

“ผมมีปรัชญาการทำงานคือ ต้องทำให้ดีที่สุดในทุกๆ เรื่อง เปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ มีองค์ความรู้ที่รอบด้าน มีความรู้ความเข้าใจ หมั่นเติมความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอยู่เสมอ เพื่อสามารถนำพาองค์กรให้ก้าวข้ามทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ในด้านชีวิตส่วนตัวให้ความสำคัญกับครอบครัวใหญ่ พ่อแม่ และพี่น้อง ควบคู่กับครอบครัวของตนเอง ซึ่งมีภรรยาและลูกฝาแฝดทั้งสองคน ซึ่งการบาลานซ์ชีวิตการทำงานและครอบครัวเป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญ ด้วยการหมั่นพาลูกๆ ออกไปท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อจะได้ใช้ชีวิต และสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีร่วมกับลูกๆ” ปิติพัฒน์กล่าวปิดท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดวิสัยทัศน์ ‘ณิชมน ถกลศรี’ พลิกเกมปลดล็อกศักยภาพเติบโต ดัน NEO ขึ้นแท่นผู้นำ FMCG ไทยยุคใหม่ ด้วย Collab Power
ในโลกการตลาดที่หมุนไวเกินกว่าจะหยุดนิ่ง วันนี้อุตสาหกรรม FMCG ไม่ได้แข่งกันแค่คุณภาพสินค้าหรือฟังก์ชันการใช้งานอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือการยึดพื้นที่ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่
ต่อยอดโครงการ‘เปลี่ยนถุงเย็น เป็นถุงยา’ จากAPเราเห็นชีวิตคุณ สู่ความยั่งยืนที่เริ่มจากพฤติกรรมจริง
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 2 ล้านตัน
กบข.ถอดรหัสกติกาใหม่สู่ ‘ความมั่งคั่ง’ เมื่อโลกเปลี่ยนเร็ว เกมลงทุนต้องเปลี่ยนตาม!
ในวันที่โลกไม่ได้เปลี่ยนแค่ปีต่อปี แต่เปลี่ยนเร็วขึ้นแทบทุกด้าน การวางแผนชีวิตและการเงินจึงไม่อาจใช้สูตรเดิมได้ทั้งหมด เพราะสิ่งที่เคยเป็นเรื่องไกลตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างประเทศ เทคโนโลยีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ล้วนสามารถเดินทางมาถึงกระเป๋าเงินของผู้คนได้เร็วกว่าที่คิด
หลบความวุ่นวายไปทักทายพี่เต่า เช็กอิน 'ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ’
หากใครกำลังมองหาทริปพักผ่อนแบบไปเช้า-เย็นกลับใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้หลีกหนีความเร่งรีบ ได้สูดกลิ่นอายลมทะเลเต็มปอด และได้สัมผัสเรื่องราวดีๆ ต่อใจ “อาทิตย์เอกเขนกฉบับนี้” ขอแนะนำ
‘ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’กับภารกิจเร่งด่วน ปั้นบุคลากรการบินดันไทยฮับภูมิภาค
ถ้าพูดถึง “อุตสาหกรรมการบิน” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเครื่องบินลำใหญ่กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ ผู้โดยสารลากกระเป๋าเข้าเกต หรือสนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในมุมของกระทรวงคมนาคม
‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน
จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe

