‘GLO’เดินเครื่องศึกษาโมเดลสลากญี่ปุ่น ลุ้นปั้นเกมใหม่‘ลอตโต้-หวยขูด’เพิ่มทางเลือก/ชูL6-N3แก้ใต้ดิน

ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มแสวงหา ความตื่นเต้น ความท้าทาย และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ‘สลากกินแบ่ง’ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนความต้องการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ความนิยมในการเสี่ยงโชคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรายได้หรือผลตอบแทน แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางจิตวิทยา เช่น ความหวัง การลุ้นระทึก และแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความไม่แน่นอน ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลและออกแบบระบบสลากให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้น

ในบริบทดังกล่าว สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้เดินหน้าศึกษาแนวทางและรูปแบบการจัดสลากจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีโครงสร้างสลากที่หลากหลาย ทั้งในด้านประเภทของเกมและความถี่ในการออกรางวัล การพิจารณารูปแบบเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างทางเลือกที่เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ลดการกระจุกตัวของความต้องการในช่วงเวลาหนึ่ง และช่วยให้การบริหารจัดการตลาดสลากเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับใช้แนวทางจากต่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยการศึกษา การวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยเฉพาะการรักษาสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิงของประชาชน กับการป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมการเสี่ยงโชคที่เกินควร สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่อยู่ระหว่างการศึกษาอย่างละเอียด เพื่อให้การพัฒนาระบบสลากเป็นไปอย่างยั่งยืน โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมในระยะยาว

ถอดบทเรียน ‘สลากญี่ปุ่น’

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะอดีตกรรมการและโฆษกคณะกรรมการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า สิ่งที่สำนักงานสลากฯ ได้จากการเข้ามาศึกษาเรื่องสลากฯ และระบบการออกสลากของญี่ปุ่นในหลายต่อหลายครั้ง ไม่เคยค้นพบว่าญี่ปุ่นมีสลากที่ผิดกฎหมาย หรือหวยใต้ดิน ส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนถึงความแตกต่างนั่นคือ ‘พฤติกรรม’ การซื้อสลากของคนญี่ปุ่นและคนไทยยังมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร

ข้อแรกที่พบจากพฤติกรรมโดยยังไม่ได้ดูผลสำรวจ เนื่องจากระบบของญี่ปุ่นเป็นระบบที่ยึดในกฎ ระเบียบ และกติกาอย่างเคร่งครัด ดังนั้นวัฒนธรรมในการยึดกฎระเบียบนี้เองจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นหากจะดำเนินการเรื่องการพนัน จึงต้องเป็นการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการคิดเกมที่ค่อนข้างหลากหลาย อีกทั้งความถี่ในการออกรางวัลที่ค่อนข้างเข้มข้น ตรงนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิธีการในการสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเมื่อพฤติกรรมในการเคร่งครัดเรื่องการเคารพกฎ กติกา รวมกับทางเลือกที่หลากหลายของเกม จึงทำให้คนญี่ปุ่นเองสามารถเลือกเสี่ยงโชคกับสลากที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ตรงตามความต้องการของตัวเอง

“จุดเด่นที่ทำให้ญี่ปุ่นยังไกลจากปัญหาหวยใต้ดินคือ ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยสลากของญี่ปุ่นมีทั้งสลากแบบขูด สลากเลขจุด (จัมโบ้) ที่มีการออกรางวัลใหญ่ปีละ 5 ครั้ง และสลากที่เลือกหมายเลขเองได้ (ลอตโต้) ซึ่งความหลากหลายนี้เองที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เล่นได้ครบทุกกลุ่ม และอีกจุดเด่นที่สำคัญคือ ความถี่ในการออกรางวัลที่มีเกือบทุกวัน อีกทั้งความเข้าถึงง่าย หาซื้อได้ง่าย”

ขณะที่ในมุมของประเทศไทยนั้น มีการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เดือนละ 2 ครั้ง ดังนั้นตรงนี้จึงเป็น ‘ข้อจำกัด’ สำคัญสำหรับคนที่ต้องการเสี่ยงโชคทุกๆ วัน แต่ก็ต้องเข้าใจมิติของประเทศไทยด้วยว่า หากเพิ่มความถี่ในการออกรางวัลให้มากขึ้น อาจจะถูกมองว่าเป็นการ ‘มอมเมาสังคม’ ได้ นั่นหมายถึงจำนวนการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย จึงจะยังเน้นอยู่ที่ 2 ครั้งต่อเดือนเช่นเดิม

“ผมคิดว่าความถี่ในการออกรางวัลสำหรับประเทศไทยที่เหมาะสมยังคงเป็น 2 ครั้งต่อเดือนเหมือนเดิม สำนักงานสลากฯ เองจะยังคงไม่มีการเพิ่มความถี่สำหรับเรื่องนี้ แต่ 2 สิ่งสำคัญที่สำนักงานสลากฯ ได้เร่งดำเนินการตลอดที่ผ่านมา นั่นคือ 1.ดำเนินการตามกฎหมาย คือ ทำสลากกินแบ่งรัฐบาลให้สอดคล้องกับกฎหมาย โดยเรายังไม่สามารถออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสลากที่ไม่ได้กินแบ่งตามสัดส่วน 60% ตรงนี้จึงกลายเป็นอีกประเทศที่ต้องมาศึกษากันต่อไปว่า เราจำเป็นต้องทำเรื่องการแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล็อกการดำเนินการในส่วนนี้หรือไม่ และ 2.สลากกินแบ่งรัฐบาลยังยึดกรอบการรักษาการพนันให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม โดยเฉพาะความถี่ในการออกรางวัลที่จะต้องไม่ถูกมองว่าเรามอมเมาสังคม” ธนวรรธน์ ระบุ

ทั้งนี้ ในอีกมิติหนึ่งที่ ‘สำนักงานสลากฯ’ อยู่ระหว่างดำเนินการ นั่นคือ การศึกษารูปแบบหรือเกมใหม่ๆ เพื่อให้มีความหลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้สังคม เรื่องหนึ่งที่ได้เคยมีการศึกษาและถูกพูดถึงอยู่พอสมควร คือ ‘สลากแบบขูด’ เป็นอีกรูปแบบที่ได้จากการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น อีกเรื่องที่น่าสนใจนั่นคือ ‘ลอตโต้’ เป็นอีกเกมที่ประเทศไทยยังไม่มี และสำนักงานสลากฯ ได้เตรียมพร้อมศึกษาเอาไว้ หากถึงจุดหนึ่งที่สังคมไทยมีความพร้อมเรื่องนี้ก็อาจจะถูกหยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้ โดยกระบวนการจะต้องขอมติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

ส่ง N3–L6 ตีตลาดหวยใต้ดิน

ในมิติของประเทศไทย ‘สำนักงานสลากฯ’ ได้ดำเนินการจำหน่าย สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 6 หลัก (L6) ทั้งแบบใบ และแบบดิจิทัลมาแล้วระยะหนึ่ง ตอนนี้สังคมและผู้ซื้อเริ่มรับรู้มากขึ้นแล้วว่าเขาสามารถหาซื้อสลาก L6 ในราคา 80 บาทได้ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งเป็นราคาที่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ในจุดที่เรียกว่าสมดุล แม้จะยังต้องยอมรับว่าสลาก L6 แบบใบอาจจะยังมีการขายเกินราคาอยู่บ้าง จากการจัดชุด จัดเลข แต่การดำเนินการของมิติดิจิทัลนั้น เป็นการช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีการจำหน่ายสลาก L6 แบบใบ อยู่ที่ 77 ล้านฉบับ และเป็นการจำหน่ายแบบดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังอีก 30 ล้านฉบับ รวมทั้งสิ้นเป็น 107 ล้านฉบับ

สำนักงานสลากฯ เน้นดำเนินการให้สลากใบและสลากดิจิทัลมีปริมาณที่เหมาะสม สมดุลกับความต้องการของตลาด ซึ่งปัจจุบันคิดว่าเรื่องนี้อยู่ในจุดที่เรียกว่า ‘สมดุล’ แล้ว

ส่วน สลากกินแบ่งรัฐบาลตัวเลข 3 หลัก (N3) นั้น ธนวรรธน์ ชี้ว่า เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมียอดขายล่าสุดอยู่ที่ราว 5.6 ล้านฉบับ จากเพดานที่ปรับเพิ่มเป็น 6 ล้านฉบับ จากเดิมที่ 5.5 ล้านฉบับ ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นเครื่องสะท้อนที่สำคัญได้ว่า N3 ได้รับความนิยมจากประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ และคิดว่าหากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นกว่านี้ สลาก N3 และ L6 ก็น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นไปอีก

สำหรับประเด็นที่ก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายกังวลว่า การผลักดัน N3 จะเข้ามาตีและแย่งตลาด L6 ทั้งแบบใบและแบบดิจิทัลนั้น ยืนยันว่า ความสมดุลของปริมาณการขายสลากแต่ละชนิดอยู่ในจุดที่เหมาะสมและสอดคล้อง ขณะที่วัตถุประสงค์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ต่างตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้อย่างตรงจุด จึงเป็นตัวชี้ได้อย่างชัดเจนว่า ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีการแย่งตลาดซึ่งกันและกันเลย

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สลาก N3 จะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่อง ‘หวยใต้ดิน-พนันออนไลน์’ ได้จริงหรือไม่ ธนวรรธน์ กล่าวว่า การมีอยู่ของสลาก N3 นั้น เหมือนเป็นการประคับประคองตลาด และยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ซื้ออีกด้วย แต่ในระยะต่อไป หากสามารถออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่านี้เหมือนที่ญี่ปุ่นทำ และเมื่อคนได้เข้าถึงสลากที่ถูกกฎหมายในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น และรู้ว่าประโยชน์ของการซื้อสลากที่ถูกกฎหมายก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างแท้จริง ก็เชื่อว่าคนจะหันจาก ‘หวยใต้ดิน-พนันออนไลน์’ มาซื้อสลากที่ถูกกฎหมายเพิ่มมากขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กอิน 4 พิกัดฮอกไกโด เที่ยวครบสูตรจากความสงบ สู่สถาปัตยกรรมสุดอาร์ตและวิวพันล้าน

ถ้าพูดถึง ฮอกไกโด (Hokkaido) หลายคนอาจจะนึกถึงภาพหิมะปุยๆ หรือทุ่งลาเวนเดอร์กว้างไกลสุดตาใช่ไหม? แต่จริงๆ แล้ว เกาะทางเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้ยังมี “หมุดหมาย” อีกหลายจุดที่ผสมผสานทั้งสายมู สายอาร์ต และสายชมวิวเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว

40ปีEMSส่งด่วนออริจินัล จากยุคจดหมายสู่เศรษฐกิจอีคอมเมิร์ซ

บริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษในประเทศ (Domestic Express Mail Service) หรือที่เรียกกันติดปากว่า EMS เปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2529

พลังงานสะอาดฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน ‘โซลาร์สูบน้ำ’ปลดล็อกเกษตรกรพึ่งตนเองแบบยั่งยืน

เขตการปกครองของเทศบาลตำบลท่าช้างมีจำนวนทั้งสิ้น 9 หมู่บ้าน ประกอบไปด้วย ตำบลท่าช้างจำนวน 6 หมู่บ้าน และตำบลสี่ร้อยจำนวน 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 7

‘ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์’ดันไทยสู่ Film Hub โลก ปักหมุดโชว์พลังซอฟต์พาวเวอร์กลางคานส์ 2026

บรรยากาศริมชายหาดเมืองคานส์ปีนี้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ ประเทศไทย ยังคงปักหมุดยืนเด่นบนเวทีภาพยนตร์โลกอีกครั้ง ผ่านคูหา “Thailand Pavilion” ภายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ณ หมู่บ้านนานาชาติ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการประกาศให้โลกเห็นว่า

ถอดรหัส 30 ปี ‘โฮมโปร’ ครองใจทุกเจเนอเรชัน เปลี่ยนบทบาทตัวเองสู่ ‘Home Lifetime Companion’

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การที่แบรนด์หนึ่งจะยืนหยัดและเติบโตต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

อนันต์กร อมรวาที ยกระดับรับสร้างบ้าน ไว้วางใจและคุณภาพที่ตรวจสอบได้กลยุทธ์มัดใจลูกค้า

การสร้างความเชื่อมั่นเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจรับสร้างบ้านในปี 2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับผู้ประกอบการในปัจจุบัน