
ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีโลก หลัง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แห่งใหม่ของไทย ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศสู่การยอมรับในระดับสากล
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศไทย หลังที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 มีมติรับรองการขึ้นทะเบียน (Inscribe) ตามข้อเสนอของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ภายใต้หลักเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value : OUV)
ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงการยอมรับคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยในระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการอนุรักษ์ การบริหารจัดการ และการสืบทอดมรดกแห่งศรัทธาที่ดำรงต่อเนื่องมายาวนานกว่า 1,250 ปี พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งพระพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิต และยังหล่อหลอมวิถีชีวิตของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน
ในมิติเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ททท.ประเมินว่าการได้รับสถานะมรดกโลกจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันนครศรีธรรมราชสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลก เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
เพื่อต่อยอดโอกาสดังกล่าว ททท.เตรียมขับเคลื่อนแคมเปญ 12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก ภายใต้แนวคิด เที่ยว 12 เดือน เยือนพระธาตุมรดกโลก : ถอดรหัส 12 ปริศนามหามงคล สัมผัสมรดกโลกที่มีชีวิต เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับมิติทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้คุณค่าของ Living Heritage ผ่านสถาปัตยกรรม ปริศนาธรรม และเรื่องราวแห่งศรัทธาที่แฝงอยู่ทั่วอารามหลวง ซึ่งสามารถสัมผัสได้แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของปี พร้อมตอกย้ำอัตลักษณ์ของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองแห่งศรัทธา ตามคำกล่าวที่ชาวนครศรีธรรมราชภาคภูมิใจว่า เกิดมาหนึ่งชาติ ต้องได้กราบพระธาตุเมืองนครฯ
ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ ททท.ได้บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองการขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 25-30 กรกฎาคม 2569 ททท.จัดกิจกรรมโฟโตบูธภายใต้แนวคิด 12 ปริศนามหามงคล นครมรดกโลก เปิดให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนบันทึกภาพประวัติศาสตร์ รับภาพโพลารอยด์และไฟล์ดิจิทัลเป็นที่ระลึก พร้อมร่วมเผยแพร่เรื่องราวของแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย ณ บริเวณโซนต้นพระศรีมหาโพธิและลานทรายแก้ว เยื้องพระวิหารหลวง ด้านหน้าศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ระลึก
การจัดกิจกรรมทั้งหมดมีเป้าหมายถ่ายทอดคุณค่าของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารในทุกมิติ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำสถานะของ มรดกโลกที่มีชีวิต ที่ยังคงมีบทบาทต่อสังคมและชุมชนในปัจจุบัน
สำหรับเหตุผลสำคัญที่ทำให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาจากการผ่านเกณฑ์การพิจารณาของ UNESCO จำนวน 2 ข้อ ได้แก่ Criterion (ii) ซึ่งสะท้อนการแลกเปลี่ยนอิทธิพลด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และความเชื่อทางศาสนาระหว่างอินเดีย ศรีลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนก่อให้เกิดรูปแบบศิลปกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของนครศรีธรรมราช และ Criterion (iv) ที่ยกย่องบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางแห่งความศรัทธาซึ่งสืบทอดประเพณี ความเชื่อ และมรดกวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ศิลปะโนรา และตำนานท้องถิ่น
ดังนั้น การได้รับการขึ้นทะเบียนครั้งนี้จึงมีนัยสำคัญมากกว่าการเพิ่มจำนวนแหล่งมรดกโลกของไทย แต่เป็นการยกระดับบทบาทของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก สร้างโอกาสใหม่ด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานการอนุรักษ์ พร้อมตอกย้ำสถานะของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารในฐานะแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ และแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เจาะกลไกพยุงราคา‘ก๊าซหุงต้ม’
ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ร้อนระอุ โดยเฉพาะความตึงเครียดและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ทำความรู้จัก Financial Optionality
เคยไหม...รายได้เข้าทุกเดือน แต่เมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิตกลับรู้สึกว่า “ยังทำไม่ได้” เพราะรายได้ในอนาคตส่วนหนึ่งถูกผูกไว้กับค่าบ้าน ค่ารถ และภาระผ่อนต่างๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม “มีรายได้” จึงไม่ได้แปลว่า “มีอิสระทางการเงิน” เสมอไป
อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น
การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น
แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง
ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”
Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง
งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

