ผลการวิจัยจากวารสาร Psychological Reports ชี้ว่า การออกกำลังกายแบบ "แอโรบิก" เช่น การวิ่งหรือการเดินเร็ว เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดีมากๆ สำหรับการช่วยพัฒนาความจำและสร้างสมาธิได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากนี้ Paul Loprinzi, Ph.D. ผู้อำนวยการ Exercise and Memory Laboratory มหาวิทยาลัย Mississippi ยังบอกต่ออีกว่า.. การออกกำลังกายเป็นประจำนั้นนอกจากจะช่วยพัฒนาความจำแล้ว ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะความจำเสื่อมได้อีกด้วย เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยให้เซลล์ประสาทเชื่อมต่อกันและกัน
เป็นข้อความที่ห้องไลน์ยุคเบบี้บูม หรือรุ่นเดียวกับมนุษย์ป้านี่แหละ ส่งต่อกันอย่างคึกคักกันมาตั้งแต่ต้นเดือน
เพราะสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จับมือจัดกิจกรรม Virtual Run สานสัมพันธ์ ธรรมศาสตร์- จุฬาฯ ในงาน “Foot Run TU-CU” ภายใต้แนวคิด “Run a mile, share a smile” ทุก 1 กิโลเมตรของการวิ่ง ทางผู้จัดสมทบ 1 บาท นำรายได้ส่วนหนึ่งนำสมทบทุนโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และสนับสนุนการพัฒนาด้านสาธารณสุขการศึกษากีฬาและอื่นๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ กำหนดวิ่งระหว่างวันที่ 14 มีนาคมไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ใครสะสมระยะทางวิ่งได้มากก็ทำบุญได้มาก พร้อมๆ กับได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วย
ส่วนมนุษย์ป้าไปลอกมาแชร์ต่อ เขียนต่อ ก็เพราะมีประสบการณ์ตรงมากถึงมากที่สุดค่ะ กับการเดินๆ วิ่งๆ ได้สุขภาพและสร้างสมาธิ เริ่มจากเลือกเวลาที่ไม่มีใครวิ่ง ไปเดินและวิ่งเหยาะๆ เป็นเจ้าเข้าครองสวนสาธารณะอยู่คนเดียวมาตลอดช่วงที่ชาวบ้านเก็บตัวอยู่บ้านหนีสงครามโควิด
ท่ามกลางแดดจ้าตอนใกล้เที่ยง วิตามินดีแรงสุดๆ แต่เมื่ออยู่ในสวนลุมฯ เอย สวนรถไฟเอย สวนเบญจกิติเอย ขอยืนยันว่า ความร้อนของแดดไม่ได้ทำร้ายอะไรเราอย่างที่กังวล ด้วยความร่มรื่นของสวนป่า และลมที่พัดเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเราหลุดออกไปจากโลกรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดเพลงบรรเลงหรือแม้แต่เพลงธรรมะในทำนองเสนาะ หรือสรภัญญะ แล้วใส่หูฟังวิ่งไปด้วยล่ะก็ ขอบอกว่าฟินสุดๆ จนลืมเหนื่อย!!
ไม่ต้องใส่ใจ ถ้าใครจะหาว่าเราบ้าไหมเนี่ย?!? เลือกวิ่งตอนเที่ยง ..เพราะตราบเท่าที่เราเที่ยงตรงมีวินัยกับการออกกำลังกาย รับรองไม่มีวันบ้าหรอกค่ะ ในทางตรงกันข้าม สติและสมาธิมาเพียบเลยนะจะบอกให้..ไม่ลองก็ไม่รู้นะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


