โรคขาด...ธรรมชาติ

วิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของโลก จากวันนั้นถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่ามีอุบัติโรคเกิดใหม่ขึ้นท้าทายความอยู่รอดและสุขภาวะของมนุษย์เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง

มนุษย์ป้าจำได้ว่า ตอนเป็นนักข่าววัยเอ๊าะๆ มีเรื่องราวของโรคเอดส์ ที่จุดกระแสให้สังคมโลกปั่นป่วน และค้นคว้าหาทางป้องกันและรักษากันอย่างยกใหญ่ จนถึงขั้นมีหนังฮอลลีวูด อย่างเรื่อง "ฟิลาเดลเฟีย" สร้างออกมาเพื่อให้ความรู้และรณรงค์เกี่ยวกับสิทธิของคนเป็นโรคเอดส์  

มาถึงตอนนี้ก็ต้องยกให้ COVID-19 เป็นอุบัติโรคใหม่ที่เขย่าวิถีชีวิตมนุษย์ทั่วโลกอีกครั้ง ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสงครามโรคที่มีความเท่าเทียมกันแบบไม่แบ่งชั้นวรรณะ อาชีพ มีจน  การศึกษาสูงหรือต่ำต้อย ..อีกต่างหาก 

นอกจากนั้นยังมีโรคที่เกิดจากผลข้างเคียงที่น่าสนใจคือ "โรคขาดธรรมชาติ" (Chidren & Nature - deficit Disorder) ซึ่ง รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติและวิถีชีวิตครอบครัว ซึ่งเป็นที่มาของกลุ่มโรคติดเชื้อ และโรคไม่ติดเชื้ออุบัติใหม่

ผลจากวิกฤตโรคติดเชื้อ COVID-19 ทำให้เด็กและผู้ใหญ่ต้องถูกจำกัดพื้นที่เพื่อการเฝ้าระวัง โดยต้องอยู่แต่ในบ้าน และทำให้เด็กต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน ทำให้ขาดพื้นที่เล่นตามธรรมชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นตอที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หลายโรคในระยะยาว หรือตลอดชีวิตของครอบครัว เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดในครอบครัวที่สูงขึ้น จนเกิดภาวะ "ความเครียดเป็นพิษ" (Toxic Stress) ซึ่งส่งผลอย่างยิ่งต่อร่างกายและจิตใจ

นับว่า..น่าสนใจนะ!! กับความเปลี่ยนแปลงของสังคม แล้วปรากฏมีโรคใหม่ๆ เดินคู่มากับวิถีชีวิตที่กล่าวกันว่าสะดวกสบายกว่าเก่า เนื่องจากเทคโนโลยีอันทันสมัย

ถือว่าย้อนแย้ง!! ท้าทายความสามารถในการอยู่ให้เป็น อยู่ให้รอด และอยู่ให้มีความสุข  ของเด็ก gen Y-Z จริงๆ นะ.

 'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”