คึกคักครึกโครมกันอย่างมากกับบรรยากาศที่จะมีการเลือกตั้ง "พ่อเมือง" กรุงเทพมหานคร นับจากวันนี้ไปเกือบ 2 เดือน เรียกว่าแต่ละนาย แต่ละนาง "ปล่อยของ" เสนอไอเดียขายฝันกันอย่างเต็มที่เพื่อจุดประเด็นความสนใจจากชาว กทม. และเป้าหมายคือไปกาหมายเลขของพวกเขาทั้งหลาย
ท่ามกลางรูปแบบการขายฝัน มีหนึ่งนายที่เสนอนโยบาย "ทวงคืนสนามหลวง" เรื่องนี้ส่งผลให้มนุษย์ป้าต้องหวนคืนกลับไปรำลึกถึงอดีตครั้งเก่าก่อน ที่เดินเข้า-ออกสนามหลวง-ท่าพระจันทร์อยู่ 4 ปีเต็มๆ ประมาณว่า ไม่มีวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย
ครั้งกระนั้นโน้น จำได้ว่า เดินผ่านสนามหลวงทีต้องเดินตัวลีบมากถึงมากที่สุด เพราะมีวณิพกพเนจรมากมายหลายรูปแบบอาศัยต้นมะขามรอบสนามหลวงเป็นที่พักพิง บางต้นก็มีนางไม้สิงสถิตเรียกลูกค้า ยิ่งเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ล่ะก็ ไม่ต้องคิดเลยว่า จะหาฟุตบาทหรือที่ว่างเดินสัญจรได้ง่ายๆ เพราะทุกพื้นที่จะต้องถูกพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยจับจองเต็มพื้นที่ แม้แต่หน้าประตูมหาวิทยาลัยที่ร่ำเรียน ก็จะมีเรือขายก๋วยเตี๋ยวยกพลขึ้นบกมาเท้งเต้งตลอดแนว ขนาดคนรอรถเมล์ยังต้องไปยืนบนถนน
ตอนเป็นนักศึกษาเคยทำสมุดขายเพื่อหาเงินใช้ในกิจกรรมของคณะ แค่เดินและหยุดขายหน้าศาลฎีกาไม่ถึง 5 นาที ปรากฏว่าเจอ "เจ้าที่" หน้าตาน่าเกรงขามมาไล่ บอกเป็นนัยให้รู้ว่า "คนนอก" จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปทำมาหาค้าขายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย...ไม่ได้นะ
จากวันนั้นจนถึงวันที่ "มหาจำลอง" เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ออกนโยบาย "ย้าย" สนามหลวง จดจำได้ว่า เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมโหฬาร มีม็อบมีการประท้วงเกิดขึ้นมากมายในทำนอง "รังแก" คนจน แต่สุดท้ายด้วยความแน่วแน่ในการที่จะจัดระเบียบสนามหลวง ขอคืนพื้นที่สีเขียวให้กับคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ ความดีความงามประเด็นนี้ของมหาจำลองก็ชนะ พร้อมกับเสียงปรบมือของหลายฝ่าย
มา ณ ปัจจุบันนี้ มองไปที่สนามหลวงก็มีแต่ความสง่างามสมกับเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่พระบรมหาราชวัง และเห็นวัดพระศรีรัตนศาสดารามที่แสนวิจิตรงดงามโดยไม่มีสิ่งรกหูรกตาบดบัง ..จึงให้สงสัยเหลือเกินว่า เด็กเมื่อวานซืนจะมาทวงคืนสนามหลวงนี่ เคยถามคนยุคเบบี้บูมบ้างไหมจ๊ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก


