
อุณหภูมิ-อากาศช่วงนี้...ดูจะหนักไปทาง วูบๆ วาบๆ คือบทจะร้อนก็ร้อนระดับตับแลบ ม้ามแลบ แต่บางช่วง บางโอกาส ดันมีฝน-ฟ้าสาดซัดเข้ามา สร้างความชุ่มฉ่ำ ชุ่มเย็น ให้พออุบัติขึ้นมาชั่วครั้ง-ชั่วคราว
ก่อนที่จะกลับร้อนวูบ-ร้อนวาบกันอีกครั้ง-อีกครา อะไรต่อมิอะไรมันเลยออกจะหนักไปทาง สะบัดร้อน-สะบัดหนาว ทำนองนั้น...
แต่ความไม่แน่นอน เอาแน่-เอานอนอะไรแทบไม่ได้ หรือแทบ คาดเดาไม่ได้ ของอุณหภูมิ-อากาศในช่วงหลังๆ นี้...ต้องถือเป็นเรื่อง ปกติธรรมดา ไปแล้วก็ว่าได้ อย่างที่ใครก็ไม่รู้เคยพูดๆ ไว้ว่าเป็น ความไม่ปกติ-ที่เป็นปกติ อะไรประมาณนั้น อันย่อมส่งผลให้บรรดาคนรุ่นเก่า รุ่นแก่ ที่เคยคุ้นเคย คุ้นชิน อยู่กับสภาวะความเป็นไปของอากาศ ของธรรมชาติ เมื่อซักช่วง 50-60 ปีที่แล้ว เลยออกจะมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน เพราะความเปลี่ยนแปลงของอากาศและธรรมชาติ ที่มันออกจะไม่สอดคล้อง ต้องกัน กับอารมณ์-ความรู้สึกต่างๆ นานา ซึ่งเคยถูกยกระดับและพัฒนามาเป็นค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้กระทั่งบทเพลงยอดฮิตรุ่นเก่าๆ ก่อนๆ ทั้งหลาย...
พูดง่ายๆ ว่า...โอกาสที่จะเพ้อรำพึง รำพัน ไปตามบทเพลงประเภท หนุ่มนารอนาง ของคุณน้า ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ที่ว่าเอาไว้ประมาณว่า...เมื่อถึงเดือนเมษาฯ-หนุ่มบ้านนั่งฝัน-คอยคนรัก คอยคนรักจากกัน-สิ้นสงกรานต์น้องก็พลันลืมพี่ อะไรประมาณนั้น มันอาจไม่ถึงกับซาบซึ้ง ดื่มด่ำ เท่ากับยุคก่อนได้มากมายซักเท่าไหร่นัก ยิ่งเมื่อต้องว่าไปถึงช่วง เดือนเจ็ด...เจ้าไม่มาจะเข้าพรรษายิ่งพาใจเศร้า หรือ จนฝนลงเดือนหก-มวลโบกบิน ฯลฯ แต่ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันชักจะไม่เป็นไปตามนั้น เกิดความวิปริต ผิดเพี้ยน จนไม่ว่าเดือนไหนต่อเดือนไหน แทบไม่เหมือนเดือนเดิมๆ อีกต่อไป อันนี้นี่แหละที่ทำให้บรรดาคนเก่า คนแก่ คนรุ่นก่อนๆ ทั้งหลาย ชักจะมึนซ์ซ์ซ์ๆ งงง์ง์ง์ๆ หรือชักจะ ตามไม่ทัน กับ ความเปลี่ยนแปลง ที่มันยิ่ง คาดเดาแทบไม่ได้ ยิ่งเข้าไปทุกที...
แต่ครั้นจะหันไปฝึกร้อง หัดร้อง หันไปแกะโน้ต แกะดนตรี ปลุกจิต ปลุกใจ ด้วยการลองหันไปเพ้อ รำพึง รำพัน กับบทเพลงของบรรดาคนหนุ่ม-คนสาว คนรุ่นใหม่ๆ อันนี้...ก็ยิ่งมีแต่ ตาย...กับ...ตาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง!!! ไม่งั้นอาจต้องเจ็บนิ้วหัวแม่โป้ง นิ้วเท้าบวม นิ้วมือบวม เอาง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องออกเสียง ภาษาไทย ให้มี เอ็กเซนต์ แบบ ภาษาฝรั่ง เขา ประเภท ฉัน ต้องกลายเป็น ฉวันน์น์น์ หรือ เธอ ต้องกลายเป็น เทธออ์อ์อ์ (ต้องมี Th นำหน้า) อะไรประมาณนั้น ยิ่งความสอดคล้อง ต้องกัน ในแง่ ฉันทลักษณ์ ด้วยแล้ว แทบต้องปิดกล่อง ปิดบัญชี ไม่เหลือติดปลายนวมเอาไว้เลย โอกาสที่จะดัดแปลงตัวเอง ปรับเปลี่ยนตัวเอง ให้สอดคล้อง กลมกลืน ไปกับคนรุ่นใหม่ๆ จึงสู้ยอมกลั้นใจตายแล้วรอไปเกิดใหม่ น่าจะเข้าท่ากว่าเป็นไหนๆ...
แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุที่ พระผู้เป็นเจ้า ท่านดำเนินกรรมวิธีต่างๆ ด้วยความลึกลับอยู่เสมอๆ บรรดา ความเปลี่ยนแปลง ที่แม้แต่ธรรมชาติ แม้แต่ดิน-ฟ้า-อากาศ ยังหนีไม่พ้นต้องเปลี่ยนๆ ตามไปด้วย มันจึงกลายเป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธ ที่บรรดาคนเก่า คนแก่ หรือคนรุ่นเก่าๆ ทั้งหลาย มีแต่ต้องเพียรพยายามที่จะต้อง เข้าถึง และ เข้าใจ ให้มากๆ เข้าไว้ ไม่ว่าโดย อารมณ์-ความรู้สึก จะยังคงเป็นไปในแบบไหนก็ตาม ไม่งั้นโอกาสที่จะ พัฒนา หรือโอกาสที่จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ เป็นไปในทางที่ดี เป็นไปในแง่บวก ไม่ใช่นำไปสู่แง่ลบ ไปสู่ความพังพินาศ ความฉิบหาย วายวอด จึงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเอามากๆ อีกทั้งยังไม่ใช่สิ่งหยาบๆ-ง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความประณีต ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง...
ยิ่งในช่วงหลังๆ นี้...ไม่เพียงแต่อุณหภูมิ-อากาศ หรือ ธรรมชาติ เท่านั้น แต่ด้วยความวิปริต ผิดเพี้ยน ในลักษณะใดก็แล้วแต่ เลยทำให้บรรดามวลมนุษย์ทั้งหลายชักเริ่มหันมาทำ สงคราม กันอย่างเป็นระบบและเป็นกิจการยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยสิ่งที่เรียกว่า สงคราม นี่แหละ ที่มันจะกลายเป็นตัวเพิ่ม อัตราเร่ง ให้บรรดาความเปลี่ยนแปลง เป็นไปอย่างทบเท่าทวีคูณยิ่งเข้าไปทุกที การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ไม่ว่าตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมประเพณี ไปจนถึงค่านิยมที่ถูกแสดงออกมาในรูปศิลปะ วรรณกรรม บทเพลง ดนตรี ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ จึงเป็นสิ่งที่ ท้าทาย เอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นเก่า รุ่นแก่ ที่ยังไม่ถึงกับต้องเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปซะก่อนกำหนดการ...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

