ออกอาการหวั่นไหวใจหาย

ตามปกติ ถ้าหากใครติดตามคนแดนไกลออกมาพูดจาให้ลิ่วล้อที่เป็นสาวกผู้ภักดีฟัง เราจะเห็นอาการของคนที่มั่นใจว่าเขาคงใกล้จะประสบกับชัยชนะ สามารถกลับบ้านได้อย่างคนที่ไร้มลทิน ไม่ต้องติดคุกติดตะราง เพราะว่าปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังๆ นี้ ทำให้เขามองว่าเขากำลังได้เปรียบ

ถ้าหากมีการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ ผลการเลือกตั้งน่าจะทำให้พรรคการเมืองที่เขาพูดเต็มปากเต็มคำว่า “พรรคของผม” น่าจะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งแบบ Landslide ที่เปิดโอกาสให้ “พรรคของเขา” สามารถตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียว ไม่ต้องอาศัยคะแนนจากพรรคอื่น

โดยมีบุคคลที่สืบทอดพันธุกรรมและมี DNA เดียวกับเขา ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายบริหาร แม้ว่าหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะมีอาการแบ่งรับแบ่งสู้ก็ตาม รายหนึ่งบอกว่า “แล้วแต่ประชาชน” อีกรายหนึ่งบอกว่า “ยุบสภาเมื่อไหร่ ค่อยว่ากัน” อีกรายหนึ่งบอกว่า “แล้วแต่การตัดสินใจของลูก”

ปรากฏการณ์ที่ทำให้เขามั่นใจก็คือ มีคนพยายามจะล้มพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี มี ส.ส.จำนวนหนึ่งออกจากพรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล การเปิดตัวหัวหน้าครอบครัวได้รับการขานรับเป็นอย่างดีจากคนในพรรค แม้แต่คนที่เป็นหัวหน้าพรรคก็ยังต้องโค้งคำนับด้วยความอ่อนน้อม และที่สำคัญก็คือ พวกเขาและแนวร่วมสามารถเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งด้วยบัตร 2 ใบ ที่เขาคิดว่าพรรคของเขาน่าจะได้เปรียบเพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้วในอดีต ทั้งหมดนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้เขาสามารถพูดกับสาวกว่าเขาจะได้กลับบ้านแน่ๆ แต่เมื่อไหร่นั้นเขาจะกระซิบบอกกับคนที่เขาเชื่อว่าจะเป็นคนที่ทำให้เขาได้กลับบ้านโดยปราศจากมลทิน ไม่ต้องติดคุก ความดีใจของเขาครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสบางอย่างที่ทำให้เขาเริ่มไม่มั่นใจเรื่อง Landslide ทำให้น้ำเสียง สีหน้า แววตาของเขาไม่เปล่งประกายความสดใสอย่างที่เคยเป็น แต่กลับเป็นลีลาทั้งเกรี้ยวกราดและละห้อยระคนกัน

ความเกรี้ยวกราดน่าจะเกิดจากความริษยาที่พลเอกประยุทธ์มีผลงานที่สามารถเล่าได้เป็นความจริงเชิงประจักษ์อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การจัดการฉีดวัคซีนได้เร็วกว่าที่กำหนด การสามารถเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้สำเร็จ และที่สำคัญก็คือสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบียได้ ส่งผลดีกับประเทศมากมาย ทั้งด้านการส่งแรงงานไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย การท่องเที่ยว พลังงาน การศึกษา ฯลฯ ทำให้เขาออกมาตั้งคำถามกับประชาชนว่า 16 ปี ช้ำพอแล้วหรือยัง โดยตั้งใจจะกล่าวหาว่ารัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 และปี 2557 มาจนถึงปัจจุบันปี 2565 ทำให้ประเทศชาติเกิดปัญหามากมาย แต่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่า 16 ปีที่ประเทศไทยและคนไทยต้องช้ำนั้น เป็นเพราะการกระทำของคนในตระกูลหนึ่งที่มีปรากฏการณ์ให้เห็นว่าเป็นตระกูลที่โกงบ้านโกงเมือง (ตามคำพิพากษาของศาลในหลายคดี) ความช้ำของคนไทยไม่ได้เกิดจากรัฐประหาร หลังจากการรัฐประหารก็มีทั้งการแก้ไขและการพัฒนา ส่วนการเป็นนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์เวลานี้ ก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้มาจาการทำรัฐประหารแต่อย่างใด และเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานเชิงประจักษ์ให้เห็นทั้งการแก้ปัญหาและการพัฒนา ส่วนวาทกรรมที่บอกว่า “ทำประเทศชาติเสียหาย” นั้น ก็ไม่มีความจริงเชิงประจักษ์มาพิสูจน์ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด สังเกตได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลายครั้งที่ผ่านมา

นอกจากความเกรี้ยวกราดที่เกิดจากความริษยาในผลงานของพลเอกประยุทธ์ในหลายๆ ด้านแล้ว ยังมีท่าทีของความสลดหดหู่และความกังวลอยู่ด้วย ทั้งนี้เพราะมีเหตุการณ์หลายอย่างทำให้กังวล

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานที่จับต้องได้

การฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบียสร้างโอกาสให้คนไทยได้ไปทำงานที่ประเทศซาอุฯ น่าจะเป็นที่พอใจของคนจำนวนมาก เพราะรอบนี้ทางซาอุฯ ต้องการคนงานหลายตำแหน่ง ทั้งแรงงานระดับปฏิบัติการและระดับการจัดการ ความพอใจครั้งนี้อาจจะก่อให้เกิดกระแสความนิยมพลเอกประยุทธ์ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนการเลือกตั้งในปี 2562 ก็ได้

หมู่บ้านเสื้อแดงกลายเป็นหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน คงทำให้คะแนนหายไปไม่น้อย

ลูกน้องที่เคยเป็นมือขวาแตกหักด้วยและตั้งพรรคใหม่ แย่งคะแนนในพื้นที่ กทม.และภาคอีสานได้

มีประชาชนที่เคยหลงรักโครงการประชานิยม บัดนี้ตาสว่างกันเป็นจำนวนมากแล้ว

การส่งทายาทมานั้นมีกระแสการต่อต้านพอสมควร ดังนั้นอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการ

มีเสียงขู่จากประชาชนบางกลุ่มว่าหากพรรคของเขาได้ตั้งรัฐบาลจริง แล้วขยับเรื่องนิรโทษกรรม พยายามจะให้เขาได้กลับบ้านอย่างไร้มลทินนั้น รับรองว่าเจอดีแน่ จนเขาต้องออกมาพูดด้วยท่าทีของการเย้ยหยันว่าเขาไม่กลัว เขาพร้อมที่จะปกป้องลูก เพราะเขามีเครื่องบินส่วนตัวพร้อม มีบ้านพร้อมหลายหลังอยู่ในหลายประเทศ

ทั้งหมดนี้ทำให้ความสดใสกระดี๊กระด๊าที่เคยเกิดขึ้นเวลาที่พูดคุยกับสาวกนั้น ดูเหมือนว่าจะหายไป กลายเป็นท่าทีของคนที่เป็นกังวลและไม่ค่อยจะมีความหวังเท่าใดนัก การต่อต้านทายาทนั้นเริ่มตั้งแต่การขุดวีรกรรมอันเลวร้ายในอดีตมาเตือนความจำของประชาชนกันเลยทีเดียว และตั้งคำถามว่าคนที่เคยมีอดีตอย่างที่รู้ๆ กันอยู่เช่นนี้แล้ว เหมาะที่จะเป็นผู้นำประเทศหรือ ลิ่วล้อบางคนออกมาตั้งคำถามว่า เป็นอะไรถึง “กลัว” เด็กสาวอายุเพียง 30 กว่าๆ ทำให้มีเสียงกระหึ่มออกมาว่าไม่ได้กลัว แต่ “รังเกียจ” เพราะได้ยินคำว่า “พันธุกรรม” บ้าง หรือ “DNA” บ้าง แค่นี้ก็สยองแล้ว เพราะเคยมีประสบการณ์ “พี่คิด น้องทำ” แล้วจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ “พ่อคิด ลูกทำ” อีกหรือ แรงต่อต้านจึงเข้มจนเกิดอาการสลดและเกรี้ยวกราดอย่างที่เห็น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โตโยต้า คาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง' ปั้นนักขับโกคาร์ทรุ่นใหม่ 'ปังปอนด์-เจมส์'ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ

ทูดับเบิลยูคาร์ทติ้ง ได้ร่วมกับ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด , บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดโครงการฝึกอบรมรถคาร์ทเยาวชน “ทรูวิชั่นส์ - โตโยต้า จูเนียร์โกคาร์ท แอดวานซ์ เทรนนิ่ง 2026”

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า