ความพอดี..ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพทั้งหลาย เพราะ "ความเชื่อ" และการบอกต่อๆ กันนั้น ทรงอิทธิพลมากถึงมากที่สุด
ในโลกของบรรดามนุษย์ลุงมนุษย์ป้า ที่เรียกกันว่า สว. ..ทุกวันนี้ เราจะเห็นการแชร์ข้อมูลประมาณว่า กินไอ้นั่นดี กินไอ้โน่นช่วยแก้โรคสารพัด หรือไม่ก็ป้องกันไม่ให้เกิดอาการอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มาขายของหรือมีอาชีพขายตรง แต่ทั้งหมดทั้งปวง เพราะเป็นห่วงเพื่อนฝูงญาติมิตรกันทั้งน้าน
ยิ่งในช่วงเทศกาลโควิด-19 ระบาด สารพัดวิชาหมอพื้นบ้าน ยาผีบอก สมุนไพรต่างๆ นานา มีมาปรากฏ ป่าวประกาศ โฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างคึกคักครึกโครม จนเลือกไม่ถูกว่าจะเชื่อสูตรไหนดี แม้กระทั่งยาส่งมาจากอู่ฮั่นนั่นก็มีมาบอกต่อส่งกันเป็นทอดๆ และบางห้องรับอาสาช่วยจัดซื้อจัดหาให้กับญาติสนิทมิตรสหายอีกต่างหาก
ต้องเรียกว่า เป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆ ที่รู้อะไรมา ก็หวังดีอยากจะให้เพื่อนๆ รู้เหมือนๆ กัน
อย่างไรก็ตาม หากหยุดแค่รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ก็คงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไรมากมาย แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่ๆ เพราะส่วนใหญ่พอเห็นข้อความแนะนำบอกต่อ ก็จะลุกขึ้นทดลอง หรือทำตามสูตรต่างๆ เคล็ดไม่ลับทั้งหลายแบบเอาจริงเอาจัง โดยไม่ฉุกใจคิดหรือศึกษาหาข้อมูลให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ธาตุเจ้าเรือนของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ซึ่งหมายความว่า คนที่บอกว่ากินฟ้าทะลายโจรแล้วดีที่สุด ป้องกันโควิดได้ยอดเยี่ยมนั้น ก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป หากไม่รู้จักวิธีกิน หรือกินมากจนเกินพอดี เป็นเหตุให้ร่างกายเกิดผลกระทบหรือมีอาการข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว
เฉกเช่นเดียวกับข้อมูลส่งต่อเกี่ยวกับ "งาดำ" ที่ระบุว่าประโยชน์ของงาดำมีอยู่มากก็จริง แต่อากงอาม่าเล่นบริโภคทีละกำมือโดยโรยกินพร้อมกับข้าวสวยนั้นหรือข้าวต้มนั้น กลับกลายส่งผลกระทบตรงกันข้าม เรียกว่าเป็นอันตรายเงียบต่อระบบอวัยวะการขับถ่ายในร่างกายเสียด้วยซ้ำ
มนุษย์ป้าจึงอยากจะส่งเสียงเตือนว่า อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดี อะไรที่น้อยเกินไปก็ไม่โอเคนะคะ โดยเฉพาะวัย 60 อัปทั้งหลาย เชื่อว่าคุณมีหมอประจำตัวอยู่ คิดอยากจะกินหรืออยากจะทำอะไรตามกระแสส่งต่อในโซเชียลล่ะก็ กรุณาส่งคำถามไปซักคุณหมอก่อนโหนกระแสดีกว่านะคะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


