การให้..โอกาส!!

 ขับรถกลับบ้าน ต้องใช้ทางด่วนเป็นกิจวัตร เพราะช่วงหน้าแล้งนี้ ถนนหลายสาย "ด้านล่าง" มักจะมีการทุบๆ รื้อๆ แล้วผลกระทบก็คือ พื้นที่ถนนหายไป ตามด้วยอาการข้างเคียงที่ไม่พึงปรารถนานั่นคือ รถติดตอน 5 ทุ่มเที่ยงคืน

ช่วงนี้ที่เห็นชินตาบนทางด่วนคือ ป้ายโฆษณาที่ระบุว่า ...โออาร์=โอกาส

มนุษย์ป้าก็ให้สงสัยเหลือเกินว่า โอกาสที่ว่านั้นคืออะไร จับต้องได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตระหนักรู้ว่า คนเรานั้นอาจจะไม่เท่าเทียมกันเรื่องสถานะทางสังคม สถานภาพของครอบครัว แม้กระทั่งฐานะทางเศรษฐกิจ แต่ถ้ามี "โอกาส" ที่เท่าเทียมสักครั้งหนึ่งในชีวิตล่ะก็ ถือเป็นพลังส่งเสริมให้สามารถขับเคลื่อนชีวิตสู่เป้าหมายได้อย่างแน่นอน ไม่มากก็น้อย

ตงิดๆ อยู่พอสมควรด้วยความสงสัย ..พอวันนี้มาเจอข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งที่ระบุว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80ฯ รับมอบเงิน จำนวน 15 ล้านบาท จากนางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย รวมทั้งการจัดกิจกรรมของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ ..ก็ถึงบางอ้อค่ะ

เพราะการสนับสนุนสถาบันคึกฤทธิ์ครั้งนี้ นอกจากช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ไทยและดนตรีไทยให้อยู่คู่สังคมไทยแล้ว ยังเป็นหนทางหนึ่งในการ “เติมเต็มโอกาส" ให้กับเยาวชนจากชุมชนบริเวณโดยรอบ เช่น ชุมชนทุ่งมหาเมฆ ชุมชนสวนพลู ชุมชนในพื้นที่เขตสาทร รวมทั้งบุคคลทั่วไปได้ฝึกฝน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และช่วยให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีสุขอนามัยที่ดีอีกด้วย

อย่างนี้นั่นเอง ที่เป็นการให้โอกาสกับเด็กและเยาวชน ได้ฝึกฝนเรียนรู้ในสิ่งที่น่าสนใจ เพราะลำพังให้เด็กๆ ในชุมชนต่างๆ ซึ่งพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ เดินเข้ามาเรียนโขน เรียนนาฏศิลป์ โดยพวกเขาต้องควักเนื้อตัวเองนั้น คงเป็นเรื่องไม่ง่าย

แต่การให้โอกาสแบบนี้ของโออาร์ถือว่าได้สองเด้งเลย เพราะเด็กได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พ่อแม่ก็ทำมาหากินสบายใจ ไม่ต้องคอยกังวลว่า ลูกๆ ของตัวเองจะเดินไปในทางที่ผิดค่ะ..สาธุ!!.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”