
1 พฤษภาคม 2565 รัฐบาลผ่อนคลายเงื่อนไขการเข้าประเทศ พร้อมยกเลิก Test & Go สร้างความคึกคักให้กับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยอย่างมาก ทำให้ประเทศไทยสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ชัดเจนขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย ซึ่ง น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุว่า วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นวันแรกของการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ มีต่างชาติทยอยเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น
และขณะนี้มีเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศของทุกท่าอากาศยานรวมกันอยู่ที่ประมาณ 44,500 เที่ยวบินต่อเดือน เป็นเที่ยวบินในประเทศ 33,500 เที่ยวบิน
และระหว่างประเทศ 11,000 เที่ยวบิน คาดว่าปลายปี 2565 จะเพิ่มเป็น 83,500 เที่ยวต่อเดือน แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศ 53,000 เที่ยวต่อเดือน เที่ยวบินระหว่างประเทศ 30,000 เที่ยวบิน ซึ่งเข้าใกล้ปริมาณเที่ยวบินในช่วงปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด
การกลับมาของนักท่องเที่ยวได้สร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างมาก ทำให้ทั้่งภาครัฐและเอกชนต่างเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว จะเห็นได้จากในด้านการให้บริการขนส่งทางน้ำ กรมเจ้าท่าซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลได้เร่งปรับปรุงและยกระดับมาตรฐานในทุกด้าน
ซึ่ง สมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านปฏิบัติการ ระบุว่า กรมเจ้าท่ามีแผนขยายปรับปรุงท่าเรือโดยสารให้มีขนาดใหญ่ขึ้นตามนโยบายรัฐบาล ในการยกระดับและพัฒนาการให้บริการเรือโดยสารสาธารณะ ทั้งท่าเรือโดยสาร ท่าเรือข้ามฟาก และท่าเรือท่องเที่ยว เพื่อให้บริการประชาชน นักท่องเที่ยว รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการให้บริการที่สามารถเชื่อมต่อระบบโดยสารสาธารณะระหว่างเรือโดยสาร ระบบราง (รถไฟฟ้า) รถประจำทาง (ล้อ-ราง-เรือ) เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสาธารณะให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น
สำหรับ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือนั้นยังได้นำระบบการออกแบบอารยสถาปัตย์เข้ามาใช้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้พิการ ให้สามารถเข้าถึงอย่างเท่าเทียม เนื่องจากปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมใช้เส้นทางการเดินเรือมากขึ้น ประกอบกับไทยกำลังเข้าสู่การเปิดประเทศ และรับการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
ดังนั้น ความสำคัญการพัฒนาท่าเรือให้มีขนาดใหญ่จะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ตามนโยบายการพัฒนาขนส่งทางน้ำ ซึ่งกรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงท่าเรือหลายแห่งในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ท่าเรือราชินี ท่าเตียน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในเดือนพฤษภาคม 2565
นอกจากปรับปรุงท่าเรือดังกล่าวแล้ว ยังตรวจสอบท่าเรือโดยสารสาธารณะให้มีมาตรฐานในการติดตั้งอุปกรณ์ประจำท่าเรือให้มีความปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมเจ้าท่ากำหนด โดยได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานภายในพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และ หน่วยกู้ภัย ในการดูแลรักษาความปลอดภัยทางน้ำ และจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ประจำท่าเทียบเรือต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งกรมเจ้าท่าได้เปิดช่องทางเบอร์โทร.สายด่วน 1199 รับแจ้งเหตุทางน้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดกรณีฉุกเฉิน
และเพื่อให้เกิดความร่วมมือของผู้โดยสาร ในมาตรการดูแลความปลอดภัยของท่าเรือและการใช้บริการเรือโดยสาร ได้มีแผนรณรงค์ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยผ่านสื่อออนไลน์ โดยการจัดทำอินโฟกราฟิก คลิปวิดีโอเผยแพร่ผ่านจอทีวีตามท่าเรือต่างๆ และเพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้างมากขึ้น ได้ขยายสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียล FACEBOOK Twitter IG รวมถึงในรูปแบบแผ่นพับ ป้ายไวนิลติดตามท่าเรือในช่วงเทศกาลสำคัญๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อปรับปรุงท่าเรือแล้ว ในด้านความปลอดภัย กรมเจ้าท่ายังได้เตรียมการปรับมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรทางน้ำให้สอดรับกับนโยบายการเปิดประเทศ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยให้หน่วยงานทุกส่วนในสังกัดทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทบทวนมาตรการในการปฏิบัติต่อผู้โดยสารให้สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงย้ำให้มีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เพื่อสร้างความเข้าใจ และปฏิบัติตามมาตรการได้อย่างถูกต้อง
พร้อมทั้งยังเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค ให้ตรวจสอบข้อมูลเอกสารและเฝ้าระวังอย่างเคร่งครัด รวมถึงแจ้งข้อมูลผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรทางน้ำให้ถูกต้องและครบถ้วนตามมาตรการที่ปรับใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเปิดประเทศเต็มรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

