มูลนิธิวชิรพยาบาล

มีโอกาสนำ "เงินบุญ" จากน้ำใจของญาติมิตรไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ได้เข้าไปใช้บริการ ณ สถานพยาบาลแห่งนี้

รู้สึกปลื้มปีติจนต้องเปล่งวาจา "สาธุ" อนุโมทนาบุญกับเจ้าของเงินทุกท่านเลยทีเดียว เพราะบรรยากาศที่ได้มีโอกาสสัมผัสในโรงพยาบาล ทำให้ประจักษ์แจ้งว่า สถานที่แห่งนี้ให้บริการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยมากมาย ไม่น้อยหน้าไปกว่าโรงพยาบาลหลวงระดับแนวหน้าอื่นๆ

เท่าที่สอบถาม แต่ละเดือนโรงพยาบาลแห่งนี้โดยการบริหารจัดการของมูลนิธิวชิรพยาบาล ต้องใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งแต่ละรายก็มีความทุกข์ยากที่แตกต่างกันไป

จากนาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในโรงพยาบาล จนถึงวันสุดท้ายที่บางคนเหลือไว้แต่ร่างกายปราศจากลมหายใจ ทางมูลนิธิจะช่วยเหลือรับผิดชอบทุกอย่าง หากฝ่ายสวัสดิการสังคมตรวจสอบพบว่าจำเป็นต้องสนับสนุนและสงเคราะห์ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง 

 ทั้งคุณหมอและคุณพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยว่า การสงเคราะห์ผู้ป่วยยากไร้เป็นภาระที่หนักอึ้ง แต่ระบุว่ามันคือพันธกิจสำคัญตามวัตถุประสงค์ที่มีการก่อตั้งมูลนิธิตั้งแต่ปี 2526 นั่นคือ ดำเนินการด้านการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในด้านต่างๆ ทั้งการเจ็บป่วย การขาดโอกาส ให้การช่วยเหลือสงเคราะห์คนไข้ยากจน

ปีหน้า มูลนิธิวชิรพยาบาลก็จะครบ 4 ทศวรรษของการขับเคลื่อนพันธกิจที่ได้กำหนดเป็นนโยบายและวัตถุประสงค์ไว้แล้ว ซึ่งแว่วว่ากำลังจะเตรียมโครงการ "โลงต่ออายุ" เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้สนใจทำบุญในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจงแค่ผู้ป่วยเท่านั้น เพราะในชีวิตจริงแล้ว ผู้ด้อยโอกาสตลอดจนถึงคนยากจนนั้น บางครั้งเมื่อถึงวันสิ้นลมหายใจของพ่อแม่พี่น้อง พวกเขาก็ยังขาดทุนทรัพย์ที่จะจัดพิธีกรรมตามศาสนาให้กับผู้วายชนม์นะคะ

มนุษย์ป้ามาบอกบุญต่อในวันนี้ เพราะเข้าใจลึกซึ้งถึงความจำเป็นของคนกลุ่มหนึ่ง ที่เราไม่ควรมองข้าม..จริงๆ นะคะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”