ลัทธิ..หยะแหยง

รู้เท่าที่ได้ยิน ได้ฟังเขาเล่ากันปากต่อปาก วิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา โดยไม่ได้ดู ไม่ได้เห็น และไม่คิดเปิดคลิปข่าวใดๆ เกี่ยวกับ "ข่าวพระบิดา" แต่ก็ทำให้รับรู้ว่า มีกลุ่มคนหลงงมงายเชื่อในวิถีการรักษาโรคแบบพิศดารแปลกประหลาดน่าขยะแขยงเป็นที่สะอิดสะเอียนกันทั่วสังคมไทย...เวลานี้

เชื่อได้ยังไง? ทำตามได้ยังไง? ..ดูเหมือนจะเป็นคำอุทานของทุกผู้ทุกนาม

ก็นั่นน่ะสิ ...สังคมไทยยังมีคนที่เชื่อแบบนี้ ในยุค 2022?!? 

มันคือฟางเส้นสุดท้าย ที่คนเจ็บไข้ได้ป่วย คิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย (หาย) ...อย่างนั้นหรือ???

คำถามนี้ คงจะไม่มีใครตอบได้ดีเท่ากับแวดวงคนในระบบสาธารณสุขกระมัง เพราะหมอตามสถานพยาบาล..เอาไม่อยู่!! กับโรคภัยไข้เจ็บของชาวบ้านบางกลุ่มบางคน..ใช่ไหม  พวกเขาจึงได้หันไปพึ่งพาลัทธิแปลกประหลาด

แม้แต่บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค รักษาทุกสถานที่ ก็ยังเอาชนะความเชื่อแบบผิดเพี้ยนไม่ได้

จะโทษระบบสาธารณสุขทั้งหมดคงไม่ได้ จะโทษระบบการทำนุบำรุงสุขประชาชนก็ไม่เต็มร้อย หรือจะโทษระบบการศึกษาไทยคงกลายเป็นติเรือทั้งโกลน เอาเป็นว่า ใครที่สงสัยจนถึงขั้นเกิดความกังวลใจ ไม่พอใจ กับวิถีความเชื่อของมนุษย์บางกลุ่มแล้วแอบก่นว่าสบถผ่านโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ..ทำใจร่มๆ ดีกว่า เพราะเรื่องของศรัทธา ความหลง ความเชื่อนั้น บางทีก็ไม่อาจหาเหตุผลมาอธิบายได้

ก็ขอให้คนที่รู้สึกแหวะกับลัทธิน่าขยะแขยง หนักแน่นตามที่กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์ประกาศแล้วกันว่า ..อย่าหลงเชื่อการรักษาที่ผิดวิธีและไม่มีมาตรฐานทางการแพทย์ แนะควรเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยหรือปรึกษาปัญหาสุขภาพกับแพทย์ในโรงพยาบาลในพื้นที่ เพราะการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์ทางเลือกที่มีมาตรฐานเป็นวิธีการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพมากกว่าทางเลือกอื่น

คุณหมอท่านเตือนว่า สิ่งที่เป็นของเสียจากการที่ร่างกายขับออกมาอาจจะมีเชื้อโรคปนเปื้อน ขออย่าหลงเชื่อว่าจะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ตามหลักวิชาการแพทย์การรับประทานของเสียนั้นยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือรองรับ ซึ่งหากนำมาใช้โดยไม่ระวังอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย

ที่มองข้ามไม่ได้คือ การดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ตรวจสุขภาพประจำปี นั่นแหละคือวิธีรักษาโรคที่ดีที่สุดค่ะ.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”