
ขณะนี้องค์กรต่างๆ ในประเทศเริ่มนำระบบคลาวด์เข้ามาใช้กับงานบริหารทรัพยากรบุคคลแทนระบบเก่า (Legacy technology) มากขึ้น เพราะให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าทั้งในด้านประสิทธิภาพ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน และการจัดเก็บข้อมูลด้านบุคลากร โดยระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Cloud Solutions) เข้ามาช่วยผู้บริหารในการแก้ปัญหาการสรรหา พัฒนา และรักษาพนักงานมากความสามารถไว้กับองค์กร นอกจากนี้ยังช่วยให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กร เพราะฝ่ายเอชอาร์เข้าใจสถานการณ์และความรู้สึกนึกคิดของพนักงานมากขึ้นผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านทรัพยากรบุคคลอีกด้วย
นายจิรพล ตังทัตสวัสดิ์ หุ้นส่วนสายงานที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย ระบุว่า เทคโนโลยีเอชอาร์ คลาวด์ โซลูชัน จะยิ่งเข้ามามีบทบาทต่อการบริหารคนมากขึ้นในอนาคต เพราะช่วยให้ผู้นำองค์กรเข้าใจข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลอย่างถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นการเฟ้นหาบุคลากรที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานและความต้องการขององค์กร รวมถึงเข้าใจว่าจะพัฒนาและรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรได้อย่างไร ผ่านโปรแกรมการพัฒนาทักษะ การประเมิน และให้ผลตอบแทนที่สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน
ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำส่วนใหญ่นิยมใช้บริการระบบบริหารทรัพยากรบุคคลในรูปแบบการเช่าใช้ เพราะช่วยประหยัดต้นทุนและมีความคล่องตัวสูง อีกทั้งยังได้รับการดูแลและจัดการระบบจากผู้ให้บริการที่มีความชำนาญ และมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นนำ ลดการพึ่งพาฝ่ายไอทีขององค์กรเพียงอย่างเดียว โดยองค์กรยังสามารถนำแนวปฏิบัติที่ได้มาตรฐานสากลของผู้ให้บริการมาใช้ได้ทันที
อย่างไรก็ดี การนำระบบคลาวด์มาประยุกต์ใช้ในงานเอชอาร์ยังมีประเด็นที่ท้าทายอยู่หลายด้าน เช่น ระดับของการลงทุนที่เหมาะสม ความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่นๆ ภายในองค์กร รวมไปถึงความสามารถและทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของหน่วยงานเอชอาร์เอง
สอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุด PwC HR Tech 2022 ที่สอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวนเกือบ 700 ราย เกี่ยวกับแนวโน้มของการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนางานด้านทรัพยากรบุคคล พบว่า การเปลี่ยนองค์กรสู่ระบบคลาวด์ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคลมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 คิดเป็น 36% รองจากการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงด้านเอชอาร์ 39% และการสรรหาและจ้างพนักงาน 39%
นอกจากนี้ องค์กรยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและทักษะการใช้ระบบคลาวด์ของพนักงานด้วย โดยผลสำรวจระบุว่า 21% ของผู้บริหารฝ่ายเอชอาร์แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลที่จัดเก็บในระบบคลาวด์ หลังเห็นแนวโน้มของการโจมตีผู้ให้บริการคลาวด์ด้วยแรนซัมแวร์ที่เพิ่มขึ้น
ในหลายกรณีจะพบว่า กระแสของการใช้โซลูชันดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริหารฝ่ายเอชอาร์บางรายต้องการที่จะลงทุนเพื่อซื้อโซลูชันทั้งหมด โดยที่ไม่ได้วิเคราะห์ หรือมีการวางแผนการลงทุนให้ดีเสียก่อน ทำให้ตัวเลขการลงทุนในขั้นต้นสูงกว่าที่คาดไว้ ซึ่งการมีนวัตกรรมใหม่ๆ ในระดับที่มากเกินไป ไม่ได้แปลว่าพนักงานจะมีความสามารถในการใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะอาจมีกระบวนการทำงานใหม่ จนทำให้ได้รับข้อมูลมากเกินไป หรือยังใช้ระบบได้ไม่คล่อง
ด้วยเหตุนี้ องค์กรควรพิจารณาการลงทุนระบบเอชอาร์ คลาวด์ โซลูชัน โดยเริ่มจากวางแผนการประยุกต์ใช้ระบบ และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยอิงจากกรณีศึกษาที่ต้องการใช้จริง หรือรูปแบบของระบบที่เป็นความต้องการพื้นฐาน ควบคู่ไปกับมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ขององค์กร
ในระยะเริ่มต้นผู้บริหารอาจเลือกทยอยลงทุน เพื่อเพิ่มความสามารถของระบบ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองใช้ระบบจนเกิดความคุ้นเคย จากนั้นค่อยวางแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ตามกรอบเวลาต่างๆ เพื่อสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม อนาคตของงานด้านทรัพยากรบุคคลของธุรกิจไทยจะยิ่งก้าวไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น โดยการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid working) จะกลายเป็นรูปแบบการทำงานที่ต้องอาศัยการประยุกต์ใช้ระบบเอชอาร์ คลาวด์ โซลูชัน เพราะช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และสนับสนุนการทำงานที่ไหนก็ได้ (Work from Anywhere) อีกทั้งยังช่วยลดช่องว่างระหว่างพนักงานและฝ่ายเอชอาร์จากการมีระบบ self-service ที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้แบบเรียลไทม์นั่นเอง.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData
ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
สงกรานต์ส่อแววหงอย
เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ
ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต
เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น

