เชื่อว่า..ใครก็ตาม!! อายุเข้าขั้นมนุษย์ลุงมนุษย์ป้า หรือไม่บางคนก็เลื่อนฐานะเป็นอากงอาม่าแล้วในวันนี้ คงเคยคิดกังวลและเชื่อตามว่า อาการของ "ตาเขม่น" นั้น เป็นอะไรที่มาเตือนให้ระวังนั่นโน่นนี่ โดยข้อสรุปสั้นๆ ว่า ถ้าตาเขม่นด้านขวา แปลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี ส่วนใครเขม่นข้างซ้ายล่ะก็ ต้องรีบไปซื้อลอตเตอรี่ให้ไวๆ เลย
ความเชื่อทั้งดีทั้งร้าย โดยกำหนดเอาตาซ้ายกับตาขวา..เป็นหลักนั้น ดูเหมือนว่าหลายคนไม่คิดหาคำตอบ เพราะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างไรก็ตาม จะมีที่ใส่ใจบ้างก็แค่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตช่วงตาเขม่นด้านขวามากเป็นพิเศษเท่านั้น
แต่วันนี้ มนุษย์ป้าไปอ่านข่าวเจอเรื่องตาเขม่นเข้าว่า แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณบอกโรค ไม่ใช่บอกโลกนะคะ
อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า Blepharospasm หรือภาวะตาปิดเกร็ง ที่ชาวบ้านแบบเราเรียกว่าตาเขม่นนั้น เป็นส่วนหนึ่งของอาการ focal dystonia ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติที่เกิดจากอาการเกร็งของกล้ามเนื้อดวงตา มักพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และช่วงอายุที่พบบ่อยคือ ช่วงอายุประมาณ 40-60 ปี มักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ตา อาการเริ่มต้นของภาวะนี้คือ มีกะพริบตาบ่อยครั้ง ผู้ป่วยมักให้ประวัติว่ารู้สึกเคืองตาแสบตา จากนั้นจะเริ่มมีอาการเกร็งหรือรู้สึกดึงรั้ง หรือแน่นรอบดวงตา โดยเกิดขึ้นทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้มีความลำบากในการลืมตา ตาเริ่มหรี่แคบลงจนถึงตาเปิดไม่ได้ชั่วขณะ อาการจะเป็นๆ หายๆ โดยระยะเวลาที่เกิดเป็นวินาทีถึงหลายนาทีได้ การโดนแสงแดดหรือไฟสว่างจ้า ความเครียด วิตกกังวล มักกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น ผู้ป่วยอาจมี sensory trick หรือการบรรเทาอาการจากการสัมผัสเบาๆ ที่บริเวณอื่น เช่น หางตาหรือแก้ม แล้วทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาคลายตัว พบได้ในระยะแรกของโรค จากนั้นอาการจะค่อยๆ หายไป ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์ประเมินหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องโชคดีหรือโชคร้ายนะคะ เพราะเป็นมากๆ ไม่หาย ก็เป็นสัญญาณของปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงได้อีกต่างหาก จึงควรจะหมั่นสังเกตอาการ และปรึกษาหมอดีกว่านะคะ ถ้าตาเขม่นบ่อยๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น..เตือนตัวเองด้วยค่ะว่า ปรึกษาหมอดู..อาจจะสายเกินการณ์นะคะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก


