
โลกยุคนี้...นอกจากเป็นโลกที่แทบไม่มีหนังดีๆ เพลงดีๆ วรรณกรรมดีๆ ฯลฯ ให้ชื่นชม สมอยาก กันอีกต่อไปแล้ว ยังต้องถือเป็นโลกที่นับวันจะ อยู่ยาก ยิ่งเข้าไปทุกที ไม่ว่าจะในแง่เศรษฐกิจ การเมือง ไปจนถึงสุขภาพ แค่เฉพาะเชื้อ โควิด ที่แพร่ระบาดมาแล้ว 2-3 ปี ก็ยังไม่คิดจะหัวตก เหี่ยวปลาย แม้ตราบเท่าทุกวันนี้ จู่ๆ ก็ดันมี ฝีดาษลิง โผล่ขึ้นมาซะอีกต่างหาก...
เรียกว่า...อะไรมันจะ โชคดี...ที่ตายก่อน เท่านี้ย่อมไม่มีอีกแล้ว!!! สำหรับเศรษฐกิจนั้น ย่อมพอเป็นที่รับรู้-รับทราบ ว่ามีแต่ เดี้ยง...กับ...เดี้ยง กันไปเป็นแถบๆ ไม่ว่าอเมริกา จีน ยุโรป ไปยันญี่ปุ่น ฯลฯ ส่วนไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ไม่ว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ
จะแข็งแกร่งขนาดไหน ไม่ว่าจะโชคดี โชคช่วย มาแล้วกี่ครั้ง กี่หน ก็ตาม แต่ถึงขั้นที่ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านต้องตระเตรียม คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารวิกฤตเศรษฐกิจ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ก็พอสะท้อนให้เห็นว่า...อะไรต่อมิอะไรมันคง ไม่ง่าย ต่อไปอีกแล้วนับจากนี้...
และสิ่งที่กำลังตามมาเป็นลำดับต่อไป...คงหนีไม่พ้นไปจาก สงคราม นั่นแหละทั่น เพราะโดยข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์สิ่งที่ว่านี้มันมักถูกนำมาใช้เป็นทางออก-ทางไป ของบางกลุ่ม บางประเทศ ที่ไม่อยากเห็น ความล่มสลาย ของสังคมตัวเอง อันเนื่องมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ หรือทางใดๆ ก็แล้วแต่ โอกาสที่จะเกิดการ ลั่นไก หรือการ จุดชนวนสงคราม จากสมรภูมิหนึ่งไปยังอีกสมรภูมิหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งไปยังอีกภูมิภาคหนึ่ง หรือตลอดทั่วทุกภูมิภาค จนกลายเป็นสงครามระดับโลก หรือ สงครามโลกครั้งที่ 3 นับวันยิ่งทวีความเป็นไปได้ยิ่งเข้าไปทุกที...
บรรดาทั้งหลาย ทั้งปวง เหล่านี้นี่แหละ...ที่จะกลายเป็น เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย หรือทำให้ เพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป ตามกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือ กฎอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ เพียงแต่ว่า ความเป็นไป ตามเงื่อนไขและเหตุปัจจัยเหล่านี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจเห็นรูป เห็นร่าง เห็นหน้าตาได้ชัดเจน สำหรับผู้ที่ยังอยู่ใน ช่วงระยะแห่งการเปลี่ยนผ่าน การหา คำตอบ ต่อสิ่งที่กำลังก่อรูป ก่อร่าง กำลังจะอุบัติขึ้นมาในอนาคตเบื้องหน้า มันเลยออกไปทางคลุมๆ เครือๆ หรือไม่ก็หนักไปทางมุ่งที่จะตอบสนองต่อความปรารถนาและต้องการ ของฝ่ายใด-ฝ่ายหนึ่ง กลุ่มใด-กลุ่มหนึ่ง ซะเป็นหลัก...
แน่ล่ะว่า...ต่างฝ่ายต่างมักคิดว่า ฝ่ายตัวเองน่าจะเป็น ฝ่ายชนะ ไปด้วยกันทั้งสิ้น หรือต่างพยายามดิ้นรนเพื่อไม่ให้ต้องตกเป็น ฝ่ายแพ้ ไม่ว่าภายใต้ฉากสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม ด้วยความพยายามมุ่งเอาแพ้-เอาชนะกันในลักษณะเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้สิ่งที่จะอุบัติขึ้นมาในอนาคตเบื้องหน้า ไม่ว่าใครแพ้-ใครชนะ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถึงกับน่าปลาบปลื้ม ชื่นชม ยินดี ซักเท่าไหร่ หรือเป็นสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความเจ็บปวด รวดร้าว ความทุกข์ระทมใจ ต่อผู้ที่ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ได้อย่างเป็นเรื่อง-เป็นราว ยิ่งถ้าหากเป็นการเอาแพ้-เอาชนะภายในสังคมเดียวกัน ชาติเดียวกัน แผ่นดินเดียวกัน ยิ่งอาจก่อให้เกิด ความทุกข์ หนักหนา-สาหัสยิ่งขึ้นไปใหญ่ เหมือนอย่างที่นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก ไดนิสเซียสแห่งฮัลลิคาร์นาซซัส (Dionysius of Halicarnassus) เคยเอ่ยปากเป็นวาทะไว้เมื่อพันๆ ปีที่แล้วนั่นแหละว่า... “There is nothing unhappier than a civil war, for the conquered are destroy by, and the conquerors destroy their friends. หรือ “ไม่มีสิ่งใดที่จะไร้ความสุขยิ่งไปกว่าสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุที่ผู้แพ้ต้องถูกเพื่อนทำลาย และผู้ชนะย่อมต้องทำลายเพื่อนของเขาเอง...”
ด้วยเหตุนี้...ท่ามกลาง ความเป็นไป ที่กำลังจะอุบัติขึ้นมาในอนาคตอันใกล้ อันเนื่องมาจาก เพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป มันจึงอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่ ไม่น่าอยู่ ไม่น่าข้องแวะ ข้องเกี่ยว ไม่น่าร่วมสังฆกรรมใดๆ ด้วยเลยก็เป็นได้ โดยเฉพาะถ้าชัยชนะของคนรุ่นหนึ่ง มันดันอุบัติขึ้นมาภายใต้ความพ่ายแพ้ของคนอีกรุ่นหนึ่ง อันเนื่องมาจากวัย สังขาร หรือกาลเวลา หรือด้วยเหตุปัจจัยใดๆ ก็ตามที เพราะภายใต้ มาตรฐานใหม่ๆ ที่ ความดี อาจต้องกลายเป็น ความชั่ว ความน่าเกลียด น่ากลัว ความหยาบ ความถ่อย ความวิปริตผิดเพี้ยน กลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับ ชื่นชม เชิดชูและบูชาแทนที่จะเป็นความสวยสด งดงาม ความสละสวย ประณีตและละเอียดอ่อน อย่างที่ก่อให้เกิดการ กดไลค์-ไม่ไลค์ อยู่ในทุกวันนี้...อันนี้...สู้ โชคดี...ที่ตายก่อน ให้หมดเรื่อง หมดราว น่าจะสบายใจกว่าเป็นไหนๆ...
--------------------------------------------------------
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

