เห็นความเดือดร้อนของบรรดานักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เรียกขานว่า "คริปโตเคอร์เรนซี" แล้ว ก็ให้กังวลใจแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่เจน Y ที่มีค่านิยมต้องการประสบความสำเร็จแบบรวดเร็วทันใจ หรือสรุปง่ายๆ คือ รวยให้ไว!!
แตกต่างจากคนรุ่นอนาล็อกแบบรุ่นปู่ย่าตายายโดยสิ้นเชิง ที่จะมีค่านิยมว่า ขยัน หมั่นเพียร อดทน แล้วอนาคตจะต้องดีไม่มีจน
ก็ไม่รู้ว่าจะโทษใครดี เพราะความฉิบหายที่บังเกิดจากการลงทุนแบบไม่สนใจคำเตือนของผู้ใหญ่ว่า "บิตคอยน์" อะไรทั้งหลายแหล่ที่เทรดในแอปมือถือต่างๆ นั้น จับต้องได้ไหม ฝากไว้ที่ใคร ดูเหมือนว่า "มีความโลภอยากได้ใคร่มี ร่ำรวยแบบรวดเร็ว" เป็นเหตุผลส่งเสริมสนับสนุนที่แข็งแรงที่สุดจนหูบอดตามัวไปตามๆ กัน
พิจารณาแล้ว กรณีนี้ก็คงเหมือนกับ "แชร์ลูกโซ่" ทั้งหลายในยุคเจน B หรือ ยุคเบบี้บูม ที่บรรดาปู่ยาตายายสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะคำเล่าปากต่อปากให้ไปลงทุน "แชร์ชม้อย" เมื่อปี 2520 ที่ผ่านมา แล้วความแตกว่า ไม่ได้นำเงินไปลงทุนที่ไหนเลย แต่แค่หมุนไปหมุนมาจนเงินไม่ทันแล้วโป๊ะแตกเมื่อปี 2528 นั่นแหละ
ได้แต่หวังนะคะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นและปรากฏให้เห็นในโลกโซเชียลเกี่ยวกับความอยากรวยแบบรวดเร็ว โดยไม่สนใจรากฐานอันมั่นคงและยั่งยืนนั้น จะเป็นบทเรียน เจ็บแล้วต้องรู้จักจำให้ขึ้นใจว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จจึงจะอยู่ที่นั่น..ไม่มีอะไรจะได้มาง่ายๆ หรอกนะ
แต่ที่หวังมากไปกว่านั้นคือ บรรดาผู้คุมกฎกติกามารยาททั้งหลาย เกี่ยวกับภาคการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ท่านได้คิดหาวิธีป้องกันมิให้กรณี "แชร์ลูกโซ่ยุคดิจิทัล" นี้มาทำร้ายทำลายความสุขที่มีอยู่น้อยนิดของชาวบ้านบ้างแล้วหรือยัง เพราะคำตอบว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง" นั้น..ฟังแล้วปัดสวะชัดๆ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


