การนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับทัวร์ไหว้พระตามวัดต่างๆ ริมแม่น้ำ ดูเหมือนกำลังอินเทรนด์ในหมู่มนุษย์ลุงมนุษย์ป้า ที่มีเวลาไปลั้ลลาที่นั่นที่โน่นที่นี่มากขึ้นตามวัย
ถ้าเข้าไปสำรวจหาทริป 1 วัน ล่องเรือชมความสวยงามริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จะพบบริษัททัวร์นำเที่ยวกันเป็นกิจจะลักษณะเลยทีเดียว
ภาพสวยงามตาม 2 ริมฝั่ง ที่สะท้อนน้ำยามแดดจ้า ยามฝนตกปรอยๆ เชื่อว่าแตกต่างกันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ส่วนมนุษย์ป้านั้น สารภาพตามตรงว่า บรรยากาศที่เห็นบนสายน้ำเจ้าพระยาบ้านเรา อดมิได้ที่จะนำไปเปรียบเทียบกับคลองเวนิส ที่ประเทศอิตาลีโน่น
น้ำในคลองเวนิส ซึ่งที่แท้มันคือน้ำจากทะเลสาบ เมื่อผ่านเมืองก็ดำปิ๊ดปี๋ไม่ได้แตกต่างเลิศเลออะไรนักหรอก แต่ที่ไม่เหมือนก็คือ บ้านเรือน สถาปัตยกรรมตามริมคลองของเขานั้น เป็นระเบียบเรียบร้อย มิได้สะเปะสะปะตามอำเภอใจแบบบ้านเรา นั่นคงเป็นเพราะว่า การท่องเที่ยวในคลองเวนิสนั้น เป็นรายได้หลักของบ้านเขา
เมื่อมีเรื่องของผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ความสำนึกรู้รับผิดชอบในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรักษาภูมิทัศน์ตลอดริมคลอง 2 ฝั่ง จึงเป็นสิ่งที่ต้องมีของชาวเวนิส และที่สำคัญคือ ผู้กำกับดูแลกฎกติกามารยาทของเขา ทำงานกันอย่างเข้มแข็งเข้มงวดในการบริหารจัดการ ไม่ให้ใครแตกแถว ก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญ
ความงดงามแบบวิถีสายน้ำของเจ้าพระยา กับคลองเวนิสไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่ที่ทำให้เขามีเสน่ห์มากกว่า ก็คงจะเป็นการใช้เรือกอนโดลาในการนำพานักท่องเที่ยวลัดเลาะไปตามคลอง แทนที่จะเป็นเรือเครื่องเรือหางยาวแบบบ้านเรา ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่งเสียงดังและส่งกลิ่นแรงของน้ำมันและควัน ทำให้เสน่ห์ถูกบั่นทอนไปพอสมควร โดยเฉพาะคนแพ้ควัน หรือไม่ชมชอบกลิ่นไอน้ำมันก็พาเวียนหัวได้อย่างน่าเสียดาย
สรุปคือ ฝันอยากเที่ยวแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเรือแจวบ้างจัง!!
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


