๗๐ ปีแห่งการครองราชย์

๘ กันยายน ๒๕๖๕ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒  แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จสวรรคตอย่างสงบ

ข่าวนี้นำความโศกเศร้ามาให้ผู้คนทั้งโลก

โลกมิได้สูญเสียแค่สมเด็จพระราชินีนาถครับ แต่สูญเสียบุคคลซึ่งมีความสำคัญในประวัติศาสตร์โลกมากที่สุดคนหนึ่ง

เป็นประวัติศาสตร์ที่ต่อเนื่องมายาวนาน ๗๐ ปี ๒๑๔  วัน ที่ทรงครองราชย์

หลายแง่มุมของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒  กลับมามีการพูดถึงกันอีกครั้ง และหนึ่งในนั้นคือ ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างราชวงศ์อังกฤษ กับราชวงศ์ไทย

เนื่องจากทั้งสองประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เหมือนกัน 

มีนายกรัฐมนตรี มีรัฐสภาเหมือนกัน

ความคล้ายกันนี้ ได้สร้างความสัมพันธ์พิเศษ ระหว่าง ๒  ราชวงศ์มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ที่สำคัญพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ ต่างทรงครองราชย์ร่วมยุคสมัย มายาวนานเหมือนกัน 

ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนี้ยากที่จะหาราชวงศ์ใดมาเปรียบเทียบ

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนระหว่างกันมีมาอย่างต่อเนื่อง       

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในวันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๐๒

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๐๓

การเสด็จพระราชดำเนินเยือน ๑๔ ประเทศครั้งนั้นสำคัญมาก เริ่มจากสหรัฐฯ และตามด้วยประเทศในแถบยุโรป

โดยสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ ๒ ของการเสด็จฯ เยือน

 วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๐๓ ในหลวง ร.๙ มีพระราชดำรัสตอบสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ ในงานถวายเลี้ยงที่พระราชวังบักกิงแฮม

"ในประเทศของหม่อมฉัน ลักษณะนิสัยของชาวอังกฤษนั้นเป็นที่ชื่นชมมาก ความตรงไปตรงมา ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รวมทั้งความอดทนไม่ย่อท้อนั้นถือเป็นคุณสมบัติที่ดึงดูดใจและสร้างแรงบันดาลใจ

ด้วยเหตุนี้จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัยกาของหม่อมฉันทรงเลือกสหราชอาณาจักร เป็นประเทศแรกในการส่งนักเรียนไทยกลุ่มแรกมาศึกษาในต่างประเทศ"

"แม้ประชาชนชาวไทยจะไม่สามารถมาเยี่ยมเยือนประเทศแห่งนี้ได้ทุกคน แต่หม่อมฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยในการนำไมตรีจิตและความปรารถนาดีมามอบให้ฝ่าพระบาทผู้ทรงเป็นประมุขของประเทศ

หม่อมฉันหวังว่าการมาเยือนของหม่อมฉันในครั้งนี้จะส่งผลให้ความสัมพันธ์ของราชวงศ์ของเราทั้งสองมีความใกล้ชิดมากขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน"

พระราชดำรัสนี้ถูกบันทึกไว้ ให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้ง ๒ ราชวงค์นั้นมีมาช้านานแล้ว

และทั้งสองพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนอังกฤษอีกครั้งเป็นการส่วนพระองค์หลังจากนั้นในอีก ๖ ปีถัดมา

ขณะที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ และเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามี เคยเสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ๒ ครั้ง

ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๑๕ และครั้งที่ ๒ เมื่อ ปี ๒๕๓๙

เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๑๕ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ เจ้าชายฟิลิป และเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารี  เสด็จฯ เยือนประเทศไทย โดยเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.เชียงใหม่ ด้วย

ปี ๒๕๓๙ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ และเจ้าชายฟิลิป เสด็จฯ เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙  และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสปีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เป็นเวลา ๕ วัน ระหว่างวันที่ ๒๘ ตุลาคม -  ๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานในหลายพื้นที่ ทั้งด้านวิชาการ การค้า การลงทุน และการทหาร

ในเทศกาลคริสต์มาส ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ พระราชทานพระราชดำรัสเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส และบนโต๊ะทรงพระอักษร มีแท่นปากกาเครื่องเขียนถมทอง พร้อมอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถวายในการแลกเปลี่ยนของที่ระลึกวางอยู่ด้วย

วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก แห่งสหราชอาณาจักร ได้เสด็จแทน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ผู้เป็นพระราชมารดา เพื่อร่วมพระราชพิธี

วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๒ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เสด็จเยือนประเทศไทย ในฐานะผู้แทนทางการค้า และการลงทุน ระหว่างประเทศของอังกฤษ เพื่อส่งเสริม และกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง ๒ ประเทศ

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร.๙ พระชนมพรรษาครบ ๘๗ พรรษา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ ทรงส่งพระราชสาส์นมาถวายพระพรชัยมงคล

พระราชสาส์นมีใจความว่า...

"หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๗ พรรษาของฝ่าพระบาท หม่อมฉันมีความยินดีที่ได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทยดำเนินมาอย่างแน่นแฟ้นเป็นเวลากว่า ๔๐๐ ปี บนพื้นฐานของมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างประชาชนชาวไทยและประชาชนชาวอังกฤษ หม่อมฉันขอถวายพระพรชัยมงคลแด่ฝ่าพระบาทเพื่อทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง และทรงพระเกษมสำราญ"

 ครั้นเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ ได้ทรงทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้ส่งพระราชสาส์น แสดงความเสียพระราชหฤทัย ต่อการเสด็จสวรรคต

นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังลดธงครึ่งเสาเหนือพระราชวังบักกิงแฮม อาคารรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ และสถานที่ราชการหลายแห่ง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยต่อการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย

ต่อมาวันที่ ๒๔ ตุลาคม ปี ๒๕๖๐ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ราชวงศ์อังกฤษ ได้เสด็จมายังประเทศไทย เพื่อร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  บรมนาถบพิตร ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของ ๒  ประเทศที่มีให้แก่กัน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์เป็นเวลา ๗๐ ปี  ก่อนจะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ 

ขณะที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ ๒ ทรงครองราชย์ครบ ๗๐ ปี ในปี ๒๕๖๕ และเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๕ พระชนมพรรษา ๙๖ พรรษา

ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ไทยกับอังกฤษ ช่วง ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ จะถูกบันทึกไปตลอดกาล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อนบ้านแซงไปหมดแล้ว!

แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่ของใหม่ และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่พยายามสร้างมันขึ้นมา ข้างบ้านเรา มาเลเซีย กำลังทำอยู่และใกล้เสร็จแล้ว จะเปิดใช้ในเร็วๆ นี้

อย่ากู้มาโกง!

มันเป็นแบบนี้นี่เอง... ไม่แปลกใจครับที่วันก่อน สวนดุสิตโพล ยกให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" มีบทบาทในฐานะฝ่ายค้านโดดเด่น นำลิ่ว ชนิดที่ "หัวหน้าเท้ง" ผู้นำฝ่ายค้าน มองตาปริบๆ

ทำไมเราทำ ๒ อย่างไม่ได้

แลนด์บริดจ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่า จะสร้าง หรือไม่สร้าง ด้วยเหตุผลอะไร

กุ๊ย

เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับ มีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ...วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ปัญหาของพรรคส้ม

ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มคืออะไร รู้มั้ยครับ... ทัศนคติ! ถ้ายังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ไม่ปรับมุมมอง คงยากที่จะโตไปกว่านี้ เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง

คิดแบบ 'ศุภจี'

"พี่แต๋ม-ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ก็เหมือนปี๊บครับ... ยิ่งตีก็ยิ่งดัง! คนแก้ปัญหากับคนวิจารณ์เป็นของคู่กันครับ ฉะนั้นวิจารณ์ดีก็รับไปพิจารณา ถ้าเอาแต่ด่าอย่างเดียวก็อย่าไปใส่ใจ เพราะมันคือขยะ ไอ้พวกที่เห็นช่องไม่ได้ จะเขย่าหวังผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว พวกนี้ก็อย่าไปจมปลักด้วย เพราะจะนำมาแต่ความตกต่ำในชีวิต