
แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่ของใหม่
และไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่พยายามสร้างมันขึ้นมา
ข้างบ้านเรา มาเลเซีย กำลังทำอยู่และใกล้เสร็จแล้ว จะเปิดใช้ในเร็วๆ นี้
เป็นโครงการคล้ายๆ แลนด์บริดจ์ไทย คือเชื่อมทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออกด้วยระบบราง ระยะทาง ๖๘๘ กิโลเมตร
โครงการขนาด ๖ แสนล้านบาท กู้ยืมเงินจากจีน ๘๕% ดอกเบี้ย ๓.๒๕% เป็นเวลา ๒๐ ปี
แลนด์บริดจ์ของมาเลเซีย มีชื่อเป็นทางการว่า East Coast Rail Link (ECRL) เป็นรถไฟความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานทางโลจิสติกส์เชื่อมฝั่งตะวันออกและตะวันตกของมาเลเซีย
คาดว่าจะเปิดให้บริการในปีหน้า เพราะตัวรถไฟบางส่วนผลิตเสร็จแล้ว และจะส่งจากจีนไปยังมาเลเซียในเร็วๆ นี้
แลนด์บริดจ์มาเลเซียมีท่าเรือทั้ง ๒ ฝั่ง คือเชื่อมจากท่าเรือกลัง (Port Klang) ใกล้กัวลาลัมเปอร์ ทางฝั่งตะวันตก ข้ามไปยังรัฐตรังกานูและปะหัง ทางฝั่งตะวันออก คืออ่าวไทย
มีการระเบิดเนิน เจาะภูเขา ทะลวงป่า ฝ่าดง!
รถไฟความเร็ว ๑๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนคน
ความเร็ว ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขนของ
มาเลเซียยอมรับว่าหากแลนด์บริดจ์ไทยสร้างเสร็จ จะเป็นคู่แข่งโดยตรง
แต่แลนด์บริดจ์ไทยคงอีกนานกว่าจะได้เกิด
หรือแท้งตั้งแต่ยังไม่ท้อง ชาติหน้าตอนดึกๆ ก็ไม่มีทางได้เกิด
หรืออีกยี่สิบสามสิบปีอาจได้เห็น
ก็ดูอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ
ปี ๒๕๐๓ รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อนุมัติแนวคิดสนามบินแห่งที่ ๒
ปี ๒๕๐๖-๒๕๑๖ กรมการบินพาณิชย์จัดซื้อที่ดินส่วนหนึ่ง มีการเวนคืนที่ดินและที่สาธารณะอีกส่วนหนึ่ง รวมเป็นพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ ๒ หมื่นไร่ ในพื้นที่ ต.หนองปรือ ต.บางโฉลง และ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
เริ่มเห็นเค้าลางว่าโครงการนี้มีรถมีคนเข้าหน้างานคือรัฐบาลชวน ที่เริ่มถมทรายถมดินในหนองงูเห่า
เปลี่ยนชื่อเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ และเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี ๒๕๔๙
ครึ่งศตวรรษ!
ถ้าเทียบแลนด์บริดจ์กับสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนี้ก็คงยังอยู่ในช่วงรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์
กำลังเด็ดกลีบดอกไม้ทีละกลีบอยู่ สร้าง ไม่สร้าง
ตอนนี้มีทั้งกระแสเชียร์ และกระแสแช่ง ก็อย่าเพิ่งคิดไปไกล เพราะคงไม่ได้สร้างในช่วงรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้าหรอกครับ
มันต้องใช้เวลาเผาหัวให้เครื่องร้อนอีกหลายปี แม้ภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมแล้วก็ตามที
พูดถึงแลนด์บริดจ์ไทย ถ้าจะมี ก็ให้ลืมแลนด์บริดจ์ในแนวคิดเก่าไปได้เลย
ไม่ใช่การสร้างท่าเรือแล้วขนตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งอีกฝั่งอีกแล้ว
แลนด์บริดจ์ไทยถ้าจะเกิดได้ต้องมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ถ้าเหมือนเดิมก็ไม่ควรเกิด เพราะจะสร้างหนี้ให้ประเทศฉิบหายเปล่าๆ
คร่าวๆ ที่ต้องมีหากแลนด์บริดจ์จะเกิด
อ้างอิง แผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ระยะยาว โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
๑.การเชื่อมต่อโครงข่ายรางระดับทวีป (Pan-Asian Railway Network Integration)
แลนด์บริดจ์ต้องไม่สิ้นสุดแค่ระนองและชุมพร แต่ต้องเชื่อมโยงกับระบบรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงที่พาดผ่านแนวยาวของประเทศ
จากภาคใต้ขึ้นสู่กรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อหนองคาย สปป.ลาว ไปจนถึงนครคุนหมิง (มณฑลยูนนาน) และพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน (ผ่านเส้นทาง R3A และรถไฟจีน-ลาว) และผ่านรถไฟรางคู่สู่เชียงของ จังหวัดเชียงราย สู่ประเทศจีน
๒.ปลดล็อกศักยภาพ Mainland ASEAN
สินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรแปรรูปจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย สปป.ลาว กัมพูชา และจีนตอนใต้ สามารถใช้เส้นทางรางมุ่งตรงสู่ท่าเรือฝั่งอันดามัน (ระนอง) เพื่อส่งออกไปยังตลาดเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรปได้โดยตรง โดยไม่ต้องอ้อมลงไปถึงท่าเรือแหลมฉบัง หรืออ้อมช่องแคบมะละกา
นี่คือจุดที่แลนด์บริดจ์จะประหยัดเวลาและต้นทุนได้อย่างแท้จริง เพราะสินค้าถูกบรรจุใส่ตู้ตั้งแต่ต้นทาง และทำการยกขึ้นเรือ (Single Handling) เพียงครั้งเดียวที่ท่าเรือระนอง
๓.เชื่อมโยง SEC กับ EEC อย่างไร้รอยต่อ
เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) จะต้องทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปรับแต่งสินค้า (Customization) ประกอบชิ้นส่วน
หรือแปรรูปขั้นสุดท้าย ก่อนส่งออก
และต้องมีโครงข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างแข็งแกร่ง เพื่อให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่สามารถกระจายสินค้าออกได้ทั้งสองมหาสมุทร (Two-Ocean Gateway) ได้อย่างคล่องตัว
สิ่งที่ต้องดำเนินการคู่ขนานไปด้วยคือ เชื่อมโยง SEC, EEC และแลนด์บริดจ์กับ Central Economic Corridor (CEC) ภาคกลาง, Northern Economic Corridor (NEC) ภาคเหนือ และ Northeastern Economic Corridor (NEEC) ภาคอีสาน กับอีก ๑๐ จังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ที่จะเชื่อมไทยกับเพื่อนบ้าน
พอเห็นภาพมั้ยครับ มันไม่ใช่รับจ้างขนตู้คอนเทนเนอร์
หากโครงข่ายแลนด์บริดจ์ไทยโยงใยกว้างไกลแบบนี้ ลืมแลนด์บริดจ์มาเลเซียไปเลยครับ
ไม่ใช่คู่แข่ง!
แต่ก็อย่างที่บอกครับ เสียงค้านก็เยอะ
ประเด็นสิ่งแวดล้อม
ความเหลื่อมล้ำ
เอื้อทุนต่างชาติ
ก่อหนี้
ขาดทุนยับ
ทั้งหมดนี้ถูกหยิบยกมาคุยกันอย่างกว้างขวาง
แต่ละคน แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ของตัวเอง ก็แค่ทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การบิดเบือน
ไม่ใช่ "เขา" บอกว่า แล้วไม่รู้ว่า "เขา" เป็นใคร
การเกิดโครงการขนาดใหญ่ในไทยไม่ง่าย และมักไม่ทันสถานการณ์ ในขณะที่คนส่วนใหญ่เอาแต่พูดว่าประเทศไทยพัฒนาช้า
ถูกเพื่อนบ้านแซงไปหมดแล้ว!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่ากู้มาโกง!
มันเป็นแบบนี้นี่เอง... ไม่แปลกใจครับที่วันก่อน สวนดุสิตโพล ยกให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" มีบทบาทในฐานะฝ่ายค้านโดดเด่น นำลิ่ว ชนิดที่ "หัวหน้าเท้ง" ผู้นำฝ่ายค้าน มองตาปริบๆ
ทำไมเราทำ ๒ อย่างไม่ได้
แลนด์บริดจ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบว่า จะสร้าง หรือไม่สร้าง ด้วยเหตุผลอะไร
กุ๊ย
เห็นยังไม่เป็นข่าว ไม่มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เลยเอามาฝากครับ มีเสวนาวิชาการ หัวข้อ "ปอกเปลือกจรรยามารยาทและความเป็นผู้ดีไทย" ตั้งแต่โน้นครับ...วันที่ ๒๔ เมษายน ที่ห้องประชุมริมน้ำ ชั้น ๑ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ปัญหาของพรรคส้ม
ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มคืออะไร รู้มั้ยครับ... ทัศนคติ! ถ้ายังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ไม่ปรับมุมมอง คงยากที่จะโตไปกว่านี้ เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง
คิดแบบ 'ศุภจี'
"พี่แต๋ม-ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ก็เหมือนปี๊บครับ... ยิ่งตีก็ยิ่งดัง! คนแก้ปัญหากับคนวิจารณ์เป็นของคู่กันครับ ฉะนั้นวิจารณ์ดีก็รับไปพิจารณา ถ้าเอาแต่ด่าอย่างเดียวก็อย่าไปใส่ใจ เพราะมันคือขยะ ไอ้พวกที่เห็นช่องไม่ได้ จะเขย่าหวังผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว พวกนี้ก็อย่าไปจมปลักด้วย เพราะจะนำมาแต่ความตกต่ำในชีวิต
ทุเรียน-ทุรนทุราย
"ดู" และ "ฟัง" เค้าเถียงกันเรื่องทุเรียนมาหลายวัน บอกตรงๆ ว่า ไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้หรอกครับว่าเขาปลูก เขาขาย กันยังไง

