ธรรมะกับพระราชินีอังกฤษ

    ความเป็น ประมุขแห่งชาติ หรือเป็น กษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั้น...ถ้าหากวางบทบาท ท่าที ได้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นไปของโลก ถ้าหาก เข้าถึง-เข้าใจ ต่อความหมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ของสรรพสิ่ง ต่อการเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อันเป็นสัจธรรม เป็นความจริงแท้ ย่อมถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ ต่อสังคมแต่ละสังคม ต่อชาติ ต่อประเทศ หรือแม้แต่ต่อโลกทั้งโลกเอาเลยก็ไม่แน่!!!

เหมือนอย่างบทบาทและท่าทีของพระราชินีอังกฤษ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ซึ่งเพิ่งเสด็จสวรรคาลัย ไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ และทำให้โลกทั้งโลก อดค้อมหัวคารวะ พร้อมใจถวายคำอำลา-อาลัย กันอย่างท่วมท้นและลึกซึ้ง ตรึงใจ มิใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เป็นมิตร-ไม่เป็นมิตร

ประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม-ไม่ใช่อาณานิคมใดๆ ก็แล้วแต่ ฯลฯ ชนิดที่ทำให้คอลัมนิสต์ฝ่ายกิจการต่างประเทศแห่งหนังสือพิมพ์ The Financial Times ของอังกฤษ อย่างนาย Gideon Rachman ถึงกับสรุปบทบาทและท่าทีของพระราชินิพระองค์นี้ เอาไว้ประมาณว่า...นี่แหละคือ Global Britain ฉบับของจริงและของแท้ (Elizabeth 2 was Global Britain personified)...

    หรือเป็นอะไรที่ต่างไปจากแนวนโยบาย แนวคิดทางยุทธศาสตร์ของ รัฐบาลอังกฤษ หลังจากที่ได้ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือได้ Brexit ไปหมาดๆ แล้วพยายามนำเอาถ้อยคำที่ว่านี้ มาใช้เป็นทางออก-ทางไปของประเทศนับตั้งแต่บัดนั้น แต่เอาไป-เอามาแล้ว...ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปเพื่อหันไปซบอก ซบตีน คุณพ่ออเมริกาผู้ที่ยังได้ชื่อว่าเป็น จ้าวโลก และพยายามดำรง รักษา สถานะดังกล่าวเอาไว้แบบสุดฤทธิ์ สุดเดช ด้วยการหาทางเล่นงานมหาอำนาจคู่แข่งอย่างจีนและรัสเซีย ชนิด ไม่มึง-ก็กู...ต้องตายไปข้าง อะไรประมาณนั้น...

    อันทำให้คำว่า Global Britain ของรัฐบาลอังกฤษตั้งแต่ยุคนาง เทเรซา เมย์ เป็นต้นมา จนถึงยุคนายกฯ หัวกระเซิง นาย บอริส จอห์นสัน รวมทั้งคุณน้อง รุ้ง ปนัสยา แห่งอังกฤษ หรือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นาง ลิซ ทรัสส์ จึงแทบไม่ต่างอะไรไปจากความพยายามนำพาประเทศอังกฤษ ถอยหลังลงคลอง ไปสู่ยุคความพยายามก่อตั้ง รัฐบาลโลก หรือรัฐบาล แองโกล-อเมริกัน สมัยนาย ซีซิล จอห์น โรดส์ (Cecil John Rhodes) อภิมหาพ่อค้าเพชรแห่งบริษัท De Beers ผู้หวังจะผูกขาด ครอบงำ ยึดครองโลกทั้งโลก เอาไว้ตั้งแต่เมื่อกว่า 2 ศตวรรษที่แล้ว หรือตั้งแต่เมื่อครั้งที่ จักรวรรดินิยมอังกฤษ ยังคงได้ชื่อว่า จักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน โน่นเลย...                           แต่ครั้นเมื่อพระอาทิตย์ย่อมต้องตกดินไปตามสภาพ หรือเมื่อความเป็นจักรวรรดิของอังกฤษต้องเสื่อมลงๆ ไปตามความเปลี่ยนแปรของสรรพสิ่ง ด้วยความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อความเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ทำให้พระราชินีอังกฤษแม้จะทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ ก็ตาม แต่ด้วยพระราชจริยวัตรของพระองค์เอง กลับก่อให้เกิด...ผลกระทบอย่างฉกาจฉกรรจ์ต่อทั้งการเมืองภายในประเทศและระหว่างประเทศ ถ้าว่ากันตามข้อสรุปที่นาย Gideon Rachman ระบุเอาไว้ หรือด้วยการ Reconciliation not Revanchism การยินยอม พร้อมใจ ที่จะประนีประนอม ไม่ใช่แก้แค้น-เอาคืน จึงทำให้อังกฤษยังสามารถดำรง รักษา สถานะความเป็น เครือจักรภพ กับอีก 56 ประเทศ ได้อย่างยืดเยื้อ ยาวนาน จนถึงยุคโลกาภิวัตน์ แม้จะลดลงเหลือประมาณ 14 ประเทศตราบเท่าทุกวันนี้...                             ความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อความเป็นไปตามธรรมชาติ หรืออันที่จริงก็คือ ธรรมะ นั่นเอง!!! เลยทำให้ประเทศอังกฤษสามารถอยู่ร่วมกับโลกได้โดยสันติ ต่างไปจากความพยายามครอบงำ ครอบครอง พยายามยึดดินแดนต่างๆ เอาไว้ในอุ้งมือเหมือนเมื่อ ยุคจักรวรรดิพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ที่ได้ผ่านพ้นไปแล้วอย่างมิอาจหวนกลับคืนมาได้อีก อันนี้นี่เอง...ที่ถือเป็น Global Britain แบบของจริง-ของแท้ ไม่ใช่การถอยหลังลงคลอง หรือการฝ่าฝืน การขัดขืนต่อข้อเท็จจริงตามธรรมชาติอย่างที่รัฐบาลอังกฤษพยายามประพฤติ ปฏิบัติ อยู่ในทุกวันนี้ ความเป็นกษัตริย์ หรือความเป็นประมุขแห่งชาติของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 จึงก่อให้เกิดคุณูปการไม่ว่าต่อประเทศอังกฤษหรือโลกทั้งโลก ชนิดประเทศต่อประเทศไหนพร้อมที่จะถวายคำอำลา-อาลัย พร้อมที่จะยกย่อง สรรเสริญ ด้วยเหตุเพราะความเข้าถึง-เข้าใจ ความยึดมั่นอยู่ใน ธรรมะ นั่นเอง...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์