
สู่เป้าหมายเพื่อความยั่งยืน พร้อมกำหนดมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นเพิ่มขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการค้าระหว่างประเทศ โดยมีหลายประเทศทั่วโลกเริ่มหันมาใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีคาร์บอนสินค้าข้ามแดน หรือ Carbon Border Tax จากสินค้านำเข้าที่ผลิตจากต่างประเทศซึ่งไม่มีการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) สวีเดน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เอเชีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น
รวมถึงไทยก็กำลังเร่งศึกษาการเก็บภาษีคาร์บอนเช่นกัน เพื่อผลักดันไทยเป็น Net Zero ลดก๊าซคาร์บอนให้เป็นศูนย์ในปี 2065 ซึ่ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2566
กรมสรรพสามิตเตรียมศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีคาร์บอน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่ท้าทายต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินงานของกรมสรรพสามิต หลังจากที่ทั่วโลกต่างเผชิญกับปัญหาภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบจนทำให้ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้มาตรการทางภาษีเป็นตัวขับเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม กรมสรรพสามิตมีแนวทางในการสนับสนุนการนำเอทานอลบริสุทธิ์มาใช้ในการผลิตพลาสติกชีวภาพ หรือ Bio Plastic, เชื้อเพลิงชีวภาพอากาศยาน หรือ Bio Jet ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตสินค้า และช่วยส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ด้าน ชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้ดำเนินธุรกิจนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร ระบุว่า ตลาดโลกเริ่มพูดถึงประเด็นการเรียกเก็บภาษีคาร์บอนมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรป อเมริกา ซึ่งถือเป็นปัจจัยท้าทายใหม่ของภาคส่งออกไทยที่ต้องตระหนักและต้องเร่งมือปรับตัว โดยสินค้ากลุ่มเสี่ยงแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบคือ อะลูมิเนียม เหล็ก ซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ ฯลฯ และในอนาคตอันใกล้อาจจะมีการเพิ่มรายการสินค้ามากขึ้นอีก โดยคาดว่าจะขยายไปยังกลุ่มสินค้าพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เช่น บรรจุภัณฑ์พลาสติก บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นต้น
ดังนั้น ผู้ประกอบการส่งออกทั้งรายใหญ่และขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอีไทย จำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์รอบด้าน ทั้งการวางโมเดลธุรกิจ การคินค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน การทำธุรกิจแบบ Low Carbon เพื่อจะก้าวได้ทันสถานการณ์โลก และสามารถแข่งขันในตลาดการค้าบนเวทีโลกได้
ชัยวัฒน์ ยังระบุว่า เอกา โกลบอล มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมและเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy อย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนเช่นกัน โดยมุ่งเน้นในงานด้านวิจัยและพัฒนา ออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น พร้อมกำหนด “กรีนโปรดักต์” เป็นโรดแมปธุรกิจในปี 2565 ล่าสุดเปิดตัวสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ Bioplastic หรือ PLA ที่ผลิตจากวัตถุดิบส่วนหนึ่งที่มาจากธรรมชาติ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรืออ้อย เป็นต้น
บรรจุภัณฑ์ Biodegradable ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (PCR) หรือเรซิน รีไซเคิล เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ของบริษัททุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ 100%
อย่างไรก็ตาม ในด้านการดำเนินธุรกิจนั้นแนวโน้มในไตรมาส 3-4/2565 บริษัทได้รับผลบวกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงวิถีการใช้ชีวิตใหม่หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีความต้องการบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนและบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยืดอายุอาหารมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีออเดอร์จากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นในทุกตลาดทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป จีน อินเดีย และไทย จนล้นกำลังการผลิตสูงสุด 2,850 ล้านชิ้นต่อปีแล้ว ทั้งนี้บริษัทจึงอยู่ระหว่างเตรียมแผนงานเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่ไทย และเตรียมเร่งก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่อินเดียให้แล้วเสร็จ และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2565.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

