ชีวิตจริง..ยิ่งกว่านิยาย

นาทีนี้ถ้าหากมองไปรอบโลก ดูเหมือนมีเรื่องใหญ่กว่าคุณวิ!! อยู่ 2 เรื่อง นั่นคือเรื่องราวของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง วาระที่ 3 และเรื่องของนายกรัฐมนตรีอังกฤษคนใหม่ที่ชื่อ Rithi Sunak

โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้นำเชื้อสายอินเดียคนแรกในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร ว่าน่าทึ่งแล้ว เรื่องของศรีภรรยาหรือหลังบ้านมีอึ้ง..มากกว่าเป็นไหนๆ..มาอ่านกัน

วันหนึ่งในอดีต นายตรวจรถไฟเดินตรวจตั๋วอยู่บนขบวนรถไฟสาย มุมไบ-บังกาลอร์ (อินเดีย) สังเกตเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้ที่นั่ง จึงดึงออกมาพร้อมกับขอดูตั๋วรถไฟ เด็กหญิงคนนั้นอายุราว 13-14 ปี ตอบว่าไม่มีตั๋ว นายตรวจจึงบอกให้ลงจากขบวนรถที่สถานีต่อไป

คุณ Usha Bhattacharya อาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่นั่งอยู่ข้างๆ บอกกับนายตรวจว่าเธอจะออกเงินค่าโดยสารให้เด็กเอง จากนั้นก็ให้เด็กหญิงมานั่งข้างเธอ และถามว่าหนูชื่ออะไร จะไปไหน เด็กหญิงตอบว่าหนูชื่อ Chitra หนูไม่รู้จะไปไหนเพราะไม่มีที่ไป เมื่อรถไฟถึงบังกาลอร์ เธอจึงพาเด็กไปฝากให้เพื่อนคนหนึ่งอุปการะ แล้วก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

20 ปีต่อมา เธอได้รับเชิญไปบรรยายที่ซิลิกอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา หลังจากไปทานอาหารที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง ก็พบความประหลาดใจที่มีคนจ่ายค่าอาหารให้เธอแล้ว ผู้จัดการร้านอาหารนำสตรีผู้ที่จ่ายค่าอาหารมาพบเธอ เธอถามว่าทำไมต้องจ่ายค่าอาหารให้ฉัน สตรีผู้นั้นตอบว่า เงินค่าอาหารครั้งนี้เล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับค่าตั๋วรถไฟจากมุมไบไปบังกาลอร์วันนั้น

เธอนึกได้ทันที ถึงกับอุทานว่า Chitra เธอคือ Chitra จริงๆ หรือนี่

สตรีผู้นั้นตอบว่าใช่ค่ะ แต่เวลานี้หนูชื่อ Sudha Murty หนูไม่มีวันลืมอาจารย์ได้เลยในชีวิตนี้

Sudha Murty เป็นประธานบริษัท Infosys กิจการระบบคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในซิลิกอน วัลเลย์ และสามีของเธอคือ Narayan Murty เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ Infosys ที่โด่งดังของสหรัฐนั่นเอง

ท่านไม่ต้องแปลกใจกับเรื่องแค่นี้

เพราะท่านจะรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีกถ้าท่านทราบว่าลูกสาวคนหนึ่งของคู่นี้ที่ชื่อ Akshata Murty ปัจจุบันเป็นภรรยาของ Rithi Sunak.

 

                                                                                                                                                                "ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”