ชื่อว่า "สว." สูงวัย จะลุกก็โอย จะนั่งก็โอย นั่นเป็นเพราะอายุมากขึ้น เรี่ยวแรงน้อยลง ซึ่งสาเหตุก็เพราะภาวะมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงตามอายุที่มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งตามหลักการแพทย์แล้ว หลังจากอายุ 40 ปี มวลกล้ามเนื้อก็จะเริ่มสลายไปร้อยละ 1-2 ต่อปี แล้วหลังอายุ 50-60 ปี ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก็จะลดลงด้วย ประมาณร้อยละ 1.5 ต่อปี และลดลงเร็วพรวดๆ กันไปเลย
ฉะนั้น สว.ทั้งหลายก็ควรจะเรียนรู้วิธีออกกำลังกล้ามเนื้อ เพื่อยืดอายุร่างกายให้แข็งแรง
ทั้งนี้ "ชมรมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย" แนะนำว่า หากเราต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง สารอาหารที่เป็นกุญแจสำคัญก็คือ โปรตีน ที่มีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย นอกจากนั้น โปรตีนยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่างๆ
หากเราได้รับโปรตีนไม่เพียงพอในแต่ละวัน จึงอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมได้ เช่น ภูมิคุ้มกันลด ป่วยง่าย แผลหายช้าลง ผิวพรรณแห้งคัน เคลื่อนไหวลำบากไม่เหมือนที่เคย
ห้ามงดแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต แต่ต้องกินในปริมาณที่ไม่มาก เนื่องจากแป้งและคาร์โบไฮเดรตให้พลังงานและเป็นแหล่งสารอาหารหลักสำหรับร่างกาย ร่างกายจะสร้างกล้ามเนื้อได้จะต้องได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ แต่ควรเลี่ยงการรับประทานคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อน้อยจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงกว่า ควรแบ่งเป็นมื้อย่อย 5-6 มื้อในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้น อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวไรซ์เบอร์รีปริมาณไม่เกิน 2 ทัพพีต่อมื้อ
สุดท้ายที่อยากจะบอกคือ การออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance exercise) จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อได้ ซึ่งประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน คือ เป็นการส่งแรงกระจายไปสู่กล้ามเนื้อและกระดูก เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในด้านต่างๆ เช่น การสร้างมวลกระดูก และมวลกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรงขึ้น กระตุ้นการสร้างแคลเซียมสะสมในกระดูก
เริ่มนับหนึ่งวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ ค่อยๆ สะสม เรียกมวลกล้ามเนื้อกลับคืนมาค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


