เรื่องของแฟนคลับกีฬา ไม่มีเรื่องเพศ วัย การศึกษาหรือฐานะทางสังคม เป็นกำแพงหรือกรอบแบ่งชั้นแน่นอน เพราะเด็กเก็บลูกกอล์ฟอย่างโปรธงชัย ใจดี ก็ยังพัฒนาตัวเองขึ้นสู่แชมป์ระดับโลกได้ นักเทนนิสผิวสีอย่าง 2 พี่น้อง วีนัส-เซเรนา วิลเลียม ก็มาจากครอบครัวธรรมดาที่มีคุณพ่อทุ่มเททุกอย่างกับการพัฒนาความสามารถของลูก
จึงไม่แปลกใจอะไรนัก เมื่อมีเสียงกระจองอแงมากมายสารพัดจากทุกทิศทุกทาง เมื่อมีข่าวในทำนองว่า คนไทยจะ "อด" ดูการแข่งขันฟุตบอลโลก..ฟรี!!
วันนี้...แน่นอนได้ดูละ ...ส่วนหนึ่งสบายใจ ดีใจหาย แต่หาใช่ทุกส่วนในทุกมุมของสังคมไทย เพราะยังมีเสียงก่นด่ามากมายว่า
ซื้อลิขสิทธิ์มาราคาแพงเกินเหตุ หรือทำไมเอาภาษีของเราไปละเลงเล่นแบบนี้ ในเมื่อเราไม่ดูฟุตบอล
ต่างความคิดต่างมุมมอง สุดท้ายรัฐบาลที่พยายามเป็น "เจ้าภาพ" ในการบริหารจัดการก็เข้าสุภาษิตไทยที่ว่า.. เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ เพราะตอนนี้ก็มีดรามาปลีกย่อยขึ้นมาอีก เมื่อบรรดาช่องฟรีทีวีและดิจิทัล ไม่พอใจในการจัดสรรแบ่งช่วงเวลาของการถ่ายทอด
เหตุใด "ทรู" จึงได้มากกว่าเพื่อน และได้คู่เด็ดๆ
นี่แหละหนา!! ความทุกข์ของการมีฟุตบอลโลก 555 ซึ่งจะว่าไปแล้ว ประเทศไทยเองก็ไม่ได้เข้าสู่สนามฟุตบอลโลกกับใครเขาแบบญี่ปุ่น หรือเกาหลีซักหน่อย จะได้ต้องตามไปเชียร์ให้ถึงที่แบบสุดลิ่มทิ่มประตู นอกจากนั้นถามมนุษย์ป้าล่ะก็ ที่เห็นบ่อยที่สุดตามมาจากเทศกาลฟุตบอลโลกก็คือ ทาสการพนันฟุตบอลก่อคดีอาชญากรรมต่างๆ นานาสารพัด ถึงขั้นฉก ชิง วิ่งราว ปล้น ทำร้ายร่างกาย และโกง ยักยอก ก็มีให้เห็น.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


