'ทางเลือก'ในยามชรา

ไม่รู้ว่าเรื่องปัญหา ลิขสิทธิ์บอลโลก จะไปถึงไหนต่อถึงไหนกันมั่งแล้ว!!! จะต้องรอความยุติธรรมแบบ มาล่า-มาเรือ จนกระทั่งผ่านพ้นบอลโลกคราวนี้ไปเลยหรือเปล่า???

แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุที่ผู้ให้การดูแลอันตัวข้าพเจ้าเอง ท่านอุตส่าห์ถ่อไปควานหาซื้อกล่อง ซื้อเสาอากาศ อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ มาเสียบโน่น-เสียบนี่ ก็เลยมีโอกาสได้ดูบอลโลกเหมือนอย่างใครต่อใครเขา ไม่ถึงกับต้องกลายสภาพเป็น คนนอก ภายในสังคมตัวเองไปซะทั้งหมด...

แต่จะด้วยความแก่ ความชรา ด้วยวัย ด้วยวุฒิภาวะ หรือด้วยเหตุเพราะความเป็นไปของโลกยุคใหม่ สมัยใหม่ ก็มิอาจสรุปได้ชัดเจน การดูบอลโลกคราวนี้ ก็เลยออกไปทาง...งั้นๆ!!! ไม่ได้ถึงกับกรี๊ดๆ กร๊าดๆ บิดไป-บิดมา เหมือนอย่างยุคที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม วัยฉะกัน (ฉกรรจ์) หรือยุคที่ความเป็นไปของโลกมันยังไม่ได้ถึงกับ เจริญลงๆ มากมายซักเท่าไหร่นัก สิ่งที่พอช่วยให้เกิดความซี้ดๆ ซ้าดๆ ในยามไม้ใกล้ฝั่ง ไปๆ-มาๆ กลับกลายเป็นเรื่องศิลปะ เรื่องการวาดภาพ ระบายภาพด้วยสีน้ำ ที่แขกอิหร่านรายหนึ่ง ผู้มีนามกรว่า Javid Tabatabaei ท่านเอามาโพสต์ เอามาอวดโชว์ไว้ใน ช่องยูทูบ ไม่รู้จะกี่ตอนต่อกี่ตอนไปซะนี่...

คือนอกจากไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อกล่อง ซื้อเสาอากาศ จาก พ่อค้า รายไหนต่อรายไหน ที่ออกจะ ตัวกู-ของกู ไปด้วยกันทั้งสิ้น แค่มีคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถคลิกเข้าไปดูได้โดยไม่ต้อง รอความยุติธรรม ใดๆ อีกทั้งเรื่องของ ศิลปะ มันอาจไม่ถึงกับถูกแทรก ถูกแซง ด้วย กลไกธุรกิจ-ผลประโยชน์ทางธุรกิจ เหมือนอย่างเรื่องการกีฬา การบันเทิงเริงรมย์ หรือแม้แต่การบ้าน-การเมือง ฯลฯ มากมายซักเท่าไหร่ ยังออกไปทางเวอร์จิ้น หรือออริจินอล อะไรประมาณนั้น อีกทั้งตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ การมีโอกาสได้ดูใครต่อใครสะบัดสี สะบัดพู่กัน วาดภาพโน้น ภาพนี้ ยังเป็นอะไรที่ติดตา ตรึงใจ มาตั้งแต่ครั้งนั้นจนตราบทุกวันนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเอาเลยแม้แต่น้อย สามารถนั่งดู นั่งชม เป็นวันๆ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

โดยเฉพาะภาพ สีน้ำ ซึ่งวาดยาก วาดเย็น ยิ่งกว่าภาพลายเส้น (ดรออิ้ง) หรือภาพสีน้ำมัน สีอะคริลิก ฯลฯ ต้องอาศัยสมาธิความแน่วแน่ ในการลากพู่กัน สะบัดพู่กัน อาศัยความแห้ง ความซึม ในการสร้างสีสาย ลายเส้น ให้เกิดแสง เกิดเงา เกิดความทึบ ความสว่าง จนนำไปสู่ความเป็น อิมเพรสชั่นนิสต์ ที่ไม่ว่าภาพถ่าย หรือภาพใดๆ อาจไม่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความประทับใจได้เท่า การมีโอกาสได้ดูแขกอิหร่าน อย่างนาย Javid Tabatabaei ท่านสะบัดแปรง สะบัดพู่กัน ละเลงท้องฟ้าเป็นแผ่นๆ สร้างเงาไม้ เงาอาคารบ้านเรือน ที่ตกกระทบลงมาแผ่นน้ำ ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ไม่ว่าตั้งแต่กระดาษทิชชู เกรียงอันเล็กๆ ไปจนการสะกิดแปรง สะกิดพู่กัน ให้เกิดสีสันกระจัดกระจายเป็นจุดๆ ฯลฯ เอาไป-เอามาแล้ว พอๆ กับมีโอกาสได้ดู ไอ้โด้-คริสเตียโน โรนัลโด ไปจนถึง ลิโอเนล เมสซี ลากเลื้อยพาบอลเข้ายิงประตูฝ่ายตรงกันข้ามยังไง-ยังงั้น...

ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าใครจะเป็น แชมป์บอลโลก ใครจะได้ ครอบครองลิขสิทธิ์ ใครจะต้องไปสับสน วุ่นวาย กับ ไอ้ฟีฟ่า ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำให้ การกีฬา กลายเป็น ธุรกิจ ยิ่งเข้าไปทุกที ฯลฯ ก็เลยกลายเป็น เรื่องของมึง ที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความกระหาย ความกระเหี้ยนกระหือรือ อะไรต่อมิอะไรมากมายเกินไปนัก ชนิดถึงแม้ไม่มี บอลโลก ก็ยังพออยู่ได้ พอที่จะอยู่ๆ กันไป ไม่ต้องถึงกับไปโกรธ กริ้ว ฉิวฉุน อาฆาต พยาบาทและชิงชัง ใครต่อใครเขา แค่คลิกไปดูแขกอิหร่านวาดภาพ โพสต์ลีลาการสะบัดพู่กันใน ช่องยูทูบ โดยไม่คิดมูลค่าและราคาใดๆ สิ่งที่อุบัติขึ้นมาในความคิด-ความรู้สึก ก็คงไม่ได้ต่างอะไรกับการได้ดู บอลโลก นั่นแหละทั่น โดยเฉพาะถ้าหากมองกันในแง่ ศิลปะ ไม่ใช่ในแง่ ธุรกิจ ที่มีแต่จะมุ่งครอบงำและครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างให้จงได้ ไม่ได้มุ่งที่จะปลดปล่อย สร้างความเป็น อิสระ ให้ใครต่อใครเอาเลยแม้แต่น้อย...

การใช้ชีวิตใน ยามไม้ใกล้ฝั่ง มันเลยคงขึ้นอยู่กับการเลือกที่จะไป ปรุงแต่ง หรือไป Concoct กับอะไรต่อมิอะไรนั่นแหละเป็นหลัก ถ้าหากยังมัวนั่งจมอยู่กับสิ่งที่ไหลไป-ไหลมา สิ่งที่เป็น กระแสหลัก ไม่ว่าจะในทางการบ้าน-การเมือง การกีฬา หรือแม้แต่การบันเทิงเริงรมย์ใดๆ ก็แล้วแต่ โอกาสที่จะถูกครอบงำ ครอบครอง หรือโอกาสที่จะกลาย ส่วนหนึ่งของปัญหา ด้วยเหตุเพราะเป็นผู้สร้างปัญหา หรือเป็นผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ย่อมมีความเป็นไปได้ไม่มาก-ก็น้อย ยิ่งในโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างต่างตกอยู่ภายใต้การครอบงำ ครอบครอง ของ ทุนนิยม กันไปเป็นแผงๆ การสร้างทางเลือก ทางออกให้กับตัวตนของตน ก็จึงน่าจะขึ้นอยู่กับว่า...ใครจะสามารถ สะบัดหลุด จากการปรุงแต่ง หรือการ Concoct กับสิ่งที่เป็นเพียงแค่ มายาภาพ ทั้งหลาย ได้มาก-น้อยไปกว่ากันนั่นเอง!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์