แว่นเก่า..เราขอนะ

แว่นตาอาจจะไม่กี่สตางค์ในมุมมองของคนบางคน แต่คนที่มีปัญหาทางด้านสายตา ที่มีผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว มีอยู่ไม่น้อยในสังคมไทยนะคะ ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ดีๆ ได้ อันเนื่องมาจากรายได้ในครอบครัวที่มีจำกัดจำเขี่ย

จึงได้มีผู้รู้ใจว่า สายตาเป็นสิ่งสำคัญของทุกชีวิต ลุกขึ้นมาจัดทำโครงการ “Sharing is Caring SS3” หรือแว่นปันสุข SS3 หรือบางคนก็จะเห็น e-poster ที่บอกว่า ...แว่นเก่าเราขอนะ 

ทั้งนี้ทั้งนั้น คือการริเริ่มของร้านแว่นตาที่ชื่อว่า iWear (ไอแวร์) ค่ะ โดยระบุว่า มากกว่าการให้คือการห่วงใยผู้อื่น

เห็นข้อความนี้แล้ว มนุษย์ป้าก็ได้ใจ ต้องเข้าไปอ่านในรายละเอียดแล้ว พบข้อความว่า ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบแว่นตาให้กับผู้คนที่มีปัญหาทางด้านสายตา โดยแว่นตาที่ลูกค้ามอบให้ ทางร้านแว่นตาไอแวร์จะนำกรอบแว่นมาทำความสะอาด (Deep Clean) และปรับแต่งทรงพร้อมปลี่ยนแป้นจมูก (Fix & Fit) แล้วไอแวร์ก็จะสมทบเลนส์ใหม่และประกอบแว่น เพื่อนำไปส่งต่อสถานที่ที่เข้าร่วมโครงการต่อไป (เช่น มูลนิธิสังคมสงเคราะห์ และบ้านพักคนชราต่างๆ ที่มีความต้องการ) ทั้งนี้ เลนส์จากไอแวร์จะเป็นเลนส์ใหม่ทั้งหมดที่ผ่านขั้นตอนการวัดสายตาของบุคคลที่ได้รับบริจาค

เอาล่ะ ใครสนใจก็สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @iwear หรือเข้าไปที่ Website : http://www.iwearopticaloutlet.com/ นะคะ เพราะมนุษย์ป้าจำได้ว่า ตอนเป็นเด็กนักเรียน มีเพื่อนมองไม่เห็นกระดานดำ เราต้องคอยอ่านให้เขาฟังและจดลงสมุด 

เคยแอบถามว่า ทำไมไม่ตัดแว่นใส่ เพราะนั่งเพ่งสายตาแบบนี้จะไหวไหม ปรากฏว่านางคงนึกว่าเราขี้เกียจจะบอกบทบนกระดานดำ นางก็แอบไปซื้อแว่นโหลตามตลาดมาใส่ ใส่ไปก็ปวดหัวไป แต่ก็ต้องใส่ เพราะเดินเข้าร้านแว่นตา ราคามันแพงเกินกว่าจะรับไหว ..สุดท้ายถึงขั้นมึน เพราะเลนส์ไม่เข้ากับสายตาที่สั้น

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย ว่าด้วยแว่นตา ..มีจริงค่ะ ดังนั้น ขอร่วมอนุโมทนาบุญกับทุกคนที่แสดงความรักความห่วงใยเพื่อนมนุษย์ด้วยการให้แว่นตาเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วนะคะ.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”