เพื่อน..ชื่อ AI

อายุปูนนี้ ..ไม่เคยคิดว่าจะต้องไปยุ่งกับคำว่า AI หรือที่เรียกว่า “ปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งย่อมาจากคำว่า Artificial Intelligence ยังไงๆ มันก็เข้ามาวุ่นวายกับเรา ทั้งที่เรารู้ตัวและอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามันได้กระดื๊บคืบคลานเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันแบบเงียบๆ แล้วแทบทุกนาที

เรียกว่าแค่เราเปิดคอมพิวเตอร์ หรือแตะมือถือของเรา เจ้า AI มันก็สามารถตามมาส่องเราได้ทันที ซึ่งตอนแรกเราอาจจะคิดว่าเราใช้คอมพ์และมือถือให้เป็นประโยชน์ในการค้นหาสิ่งต่างๆ หรือไม่ก็สั่งซื้อสินค้าต่างๆ บนโลกออนไลน์

แต่สังเกตกันบ้างหรือเปล่าว่า ..นานวันเข้า เจ้า AI นี่แหละ มันจะวิ่งเข้ามาเสนอหน้า แล้วก็ทำทุกวิถีทางที่จะชักชวน เชื้อเชิญ กระตุ้นให้เราเข้าไปในโลกของมัน แบบเหมือนเป็นนาฬิกาชีวิตกันเลยทีเดียว

เราเคยคิดว่าได้ศึกษาเรียนรู้จากแพลตฟอร์มทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือยูทูบ โดยไม่ต้องกดโทรศัพท์ไปปรึกษาหารือกับใครอีกแล้ว ..ชีวิตมันง่ายดีจัง!!! เพราะระบบอินเทอร์เน็ตนี่แหละ แล้วต่อมาเจ้า AI มันก็จะช่วยจดจำว่าเราไปไหนมาบ้าง และเราชอบไปตรงไหนในโลกโซเชียล จากนั้นมันก็ช่วยคิดแทนเรา

OMG อยากจะบอกว่า ถ้าไม่คิดมากมันก็ดีอยู่แหละ แต่ถ้าคิดให้ถี่ถ้วนแล้ว ใช่หรือเปล่าหนอ?!? ที่เรากำลังเปิดทุกซอกทุกมุมของชีวิตให้ AI ที่เราไม่รู้จักหน้าค่าตา มันสอดส่องและกำหนดตารางชีวิตของเราแบบไม่ลดละ ไม่รู้จักพักผ่อน ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย และบางทีมันนำพาเราไปแบบถูกๆ ผิดๆ เราก็ยังเชื่อมันไว้ใจใช้มันอีกนะ

บ่นๆๆ วันนี้ ก็เพราะรู้สึกว่า เมื่อก่อนเปิดขวดไวน์ไม่ได้ เราจะไปตามหาใครสักคน และร้องขอให้เขาช่วยเปิดให้ที หรือไม่ก็กริ๊งกร๊างหาเพื่อนฝูง แต่เดี๋ยวนี้ เราพึ่งพามือถือ เปิดไปที่ช่องยูทูบ แล้วก็ถามมันเลยว่า ..วิธีเปิดไวน์??

เอ..หรือว่าต่อไปเราไม่ต้องคบหาสมาคมใครละ คุยกับ AI ก็จบ.                                 

'ณัฐ วรา'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”