ได้ยินข่าวปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ถูกระเบิด สร้างความเสียหายอย่างมากมาย โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต มนุษย์ป้านี่..ใจหายวาบเลยทีเดียว เพราะเพิ่งเคยมีโอกาสไปใช้บริการ ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เอง และใคร?!? ก็ตามที่เคยแวะเวียนไปท่องเที่ยวยังเบตงด้วยทางรถยนต์ละก็ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ต้องเคยรู้สึกมีความสุขกับปั๊มน้ำมันแห่งนี้
ทำไม? เหตุใด? ..ปั๊ม ปตท.@ธารโต จึงประทับในความคิดคำนึงของทุกคนไม่รู้ลืม
ไม่เคยแวะไป..ก็จะเล่าจะบอกด้วยความรู้สึกเสียใจแทนชาวบ้านในชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะชาวไทยไม่เลือกวัฒนธรรม ศาสนา ที่ประกอบธุรกิจบริการ ทำมาค้าขายมีรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะปั๊มน้ำมันแห่งนี้จะเป็น "จุดเช็กอิน" ที่เรียกว่า A must สำหรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติ ด้วยจากจุดนี้ก็จะไม่มีปั๊มน้ำมันให้บริการอีกแล้ว หากจะเดินทางเข้าไปยังเบตง ถ้าไม่จัดการธุระปะปังถ่ายทุกข์ ณ จุดนี้ละก็ กระเพาะปัสสาวะมีหวังอักเสบต้องไปเข้าโรงหมอแน่
ถึงแม้จะมีเสียงบ่นกระปอดกระแปดจากนักท่องเที่ยว ตลอดจนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวเบตงเอง ว่าทำไมปั๊มแห่งนี้ถึงได้มีห้องสุขาให้เข้าแค่ 4 ห้อง แบ่งเป็นชาย 2 และหญิง 2 เท่านั้น นับว่าแปลกแตกต่างจากปั๊ม ปตท.ดาษดื่นทั่วไทย แต่กลายเป็นวัฒนธรรมของคนไปใช้บริการปั๊มที่ธารโต ที่ฝ่ายชายจะรู้ว่าต้องสละห้องน้ำชายให้กับสตรีทุกผู้ทุกนาม ส่วนพวกเขาก็ไปใช้โถฉี่ด้านหลังของห้องน้ำแทน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ห้องน้ำที่มิดชิดแบบผู้หญิง
มนุษย์ป้าก็รู้สึกหงุดหงิดมาแล้ว และตั้งคำถามว่า ทำไมจุดสำคัญแบบนี้ จึงมีห้องน้ำน้อยนัก แต่เมื่อพบวัฒนธรรมเอื้ออาทรข้ามเพศแบบนี้ ดูเหมือนรู้สึกสุขีกับสุขาคุณผู้ชายได้หมดจด
อุเหม่..แล้วนี่มีมือดีใจร้าย มาระเบิดปั๊มน้ำมันแห่งนี้ มันน่า..นัก!! หากจับได้ละก็ ขอเสนอให้ลงโทษหนักๆ เพิ่มกระทงทำลายความสุขในจุดสุดท้ายของนักท่องเที่ยวที่จะเข้าเบตงด้วยนะ ..พับเผื่อย!!.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


