ชีวิตกลับสู่ภาวะปกติกันเรียบร้อยแล้วกระมัง สำหรับวันนี้!! เมื่อสุข สดชื่น ถ้วนหน้า หลังฉลองต้อนรับปี 2566 จากนี้ไปก็ต้องเดินหน้าสู่ทิศทางที่ตัวเองตั้งใจและวาดหวังไว้
การฉลองในโอกาสขึ้นศักราชใหม่ของแต่ละคน เชื่อว่าแตกต่างกันไปตามรสนิยม และน่าจะไม่เหมือนกันตามวัยวุฒิ อีกทั้งฐานานุรูป คนมีสตางค์เยอะก็บินกันไปเมืองนอกสัมผัสอากาศหนาวสะใจ คนกลัวโรคภัยไข้เจ็บก็จะเดินทางท่องเที่ยวกันในประเทศ ส่วนมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าก็พึ่งพาวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เป็นโอสถบำรุงจิตใจ
เฉพาะที่ "วัดพระแก้ว" ต้องบอกว่า คนเยอะมาก เมื่อวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2566
แต่ถึงจะแออัดยัดเยียดก็ตาม พอมองไปซ้ายขวาหน้าหลัง ทุกผู้ทุกนามกลับยิ้มแย้มแจ่มใส เด็กตัวเล็กตัวน้อยก็เบิกบาน ตื่นตาตื่นใจกับความงดงามของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นบรรดาคนต่างชาติที่แห่แหนกันไปสักการบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือที่เราเรียกขานกันว่า "พระแก้วมรกต" กันคึกคักไม่น้อยหน้าเจ้าของประเทศอย่างพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อนบ้าน "พม่า" ยกทัพกันไปด้วยชุดประจำชาติของพวกเขาอย่างน่าชื่นชม
สะท้อนบอกว่า ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด ล้วนมี "ศาสนา" เป็นที่พึ่งพาจิตใจ
ฉะนั้น สังคมใดช่วยกันทำนุบำรุง ส่งเสริม เผยแพร่พระศาสนาไม่ว่าด้วยทางใดทางหนึ่ง ย่อมจะทำให้สังคมนั้นๆ อยู่เย็นเป็นสุข มีผลดีบังเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ดังที่สมเด็จพระสังฆราชได้ประทานคติธรรมเนื่องในวันปีใหม่ 2566 ความตอนหนึ่งว่า ..การปฏิบัติตามศีลธรรมอันดีงามตามหลักศาสนา และตามหลักกฎหมายทางราชอาณาจักรนั้น ย่อมเป็นเหตุที่ให้คนดีรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจโดยประการต่างๆ เหตุฉะนี้ คนที่รักใคร่ในธรรม จึงมักเป็นผู้ร่มเย็นเองและนำความเจริญมาสู่ผู้อื่นอยู่เป็นนิตย์..
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


