มนุษย์ป้ากล้าหาญชาญชัยไปปีนภูกระดึง อุทยานแห่งชาติ ณ อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยมาเมื่อหลังปีใหม่สดๆร้อนๆ
สารภาพตามตรงและตามวัย 60 up ว่า เหนื่อยโคตรๆ มิได้แตกต่างไปจากความรู้สึกเมื่อตอนอายุ 20 ต้นๆ เลย
แต่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สำหรับการกลับไปเยือนภูกระดึงหนที่ 2 ซึ่งห่างกันกว่า 40 ปี ยกตัวอย่างอันดับแรกเลยคือ เมื่อเดินถึง ..ซำแฮก..จดจำได้ว่า จะมีแม่ค้าวางหาบอยู่ตามริมทางนิดๆ หน่อยๆ สินค้าหลักคือ มะขามป้อม ที่แม่ค้าจะบอกว่า เคี้ยวและอมแก้กระหายได้เป็นอย่างดี แต่วันนี้เพิงขายของเป็นกิจจะลักษณะมีเรียงรายเยอะแยะไปหมด แถมมีอาหารสารพัด น้ำดื่มทุกสีให้บริการราวกับยก 7/11 ไปอยู่บนนั้น
เรียงรายเยอะแยะไปหมด แถมมีอาหารสารพัด น้ำดื่มทุกสีให้บริการราวกับยก 7/11 ไปอยู่บนนั้น
ย้อนเวลากลับไป ณ ตอนนั้น ..ในวัยเอ๊าะๆ เพิ่งรู้จักรสชาติมะขามป้อมเป็นครั้งแรก แล้วก็ยอมรับว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านมะขามป้อมแก้กระหายน้ำมันช่วยได้จริงๆ
พี่น้องต้องย้อนระลึกไปนะจ๊ะว่า เมื่อก่อน น้ำขายเป็นขวดเล็กขวดน้อยทุกวันนี้ไม่มี การมีมะขามป้อมคือยาชูกำลังที่ดีที่สุดกลางป่าเขา..จริงๆ นะ
ถามหามะขามป้อมกับแม่ค้า หลังจากที่เดินสำรวจทุกร้านแล้วไม่พบว่า มีให้เห็นเลยสักร้านเดียว คำตอบที่ได้ก็คือ ..ไม่มีหรอกค่ะ สมัยนี้ไม่มีใครกินแล้วจ้า คนรุ่นนี้ไม่สนใจที่จะกินหรือเคี้ยวมะขามป้อมสดๆ แก้กระหายแล้วนะ เพราะเรามีแดงโซดา แดงมะนาวโซดา แล้วก็น้ำอัดลมสารพัด อีกทั้งน้ำเกลือแร่มาบริการ..
เวลาเปลี่ยน ซิกเนเจอร์รุ่นป้าก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน เหมือนการเดินๆๆ บนภูกระดึง บัดเดี๋ยวนี้ก็มีจักรยานให้ขี่เพื่อไปชมทิวทัศน์ตามผาต่างๆ ไม่ใช่อาศัยเท้าย่ำไปอย่างเมื่อก่อนแล้วนะคะ เรียกว่าทุ่นเวลาไปอักโข แต่สำหรับคนขี่จักรยานผาดโผนไม่เป็นล่ะก็ ขอแนะนำว่าเดินด้วยเท้าจะปลอดภัยกว่า มิเช่นนั้นจะกลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ ขี่ไปสักพัก อาจจะอยากทุ่มจักรยานทิ้งลงหน้าผาก็ได้ 555
นี่แค่ตัวอย่างจิ๊บๆ ถึงความเปลี่ยนแปลง ถ้าอยากรู้ว่าสภาพแวดล้อมมันปรับตามเวลาไปขนาดไหน ต้องไปดูด้วยตาตัวเองค่ะ แต่เวลาเปลี่ยนอย่างไร ความงดงามของภูกระดึงก็ยังอยู่ยั้งยืนยงนะคะ ..รับรอง.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


