BCGโมเดลเปลี่ยนโลก

โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เป็นความหวังของภาครัฐที่จะใช้ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่อีอีซีทุกมิติเพื่อประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งในปี 2565 ที่ผ่านมาถือเป็นอีกปีที่ประสบความสำเร็จเพราะมีการลงทุนจากต่างชาติมากถึง 358,833 ล้านบาท 

แต่ด้วยเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลง หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศไปสู่การเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและครอบคลุม ด้วยการส่งเสริมการใช้ BCG Economy Model ภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นกลไกที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน

ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจ BCG จะเป็นฐานเศรษฐกิจหลักของประเทศที่สามารถสร้างมูลค่ากว่า 4.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 24% ของจีดีพีประเทศไทยใน 5 ปีข้างหน้า และเกิดการจ้างงานกว่า 16.5 ล้านคน

ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี จึงได้เร่งผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย BCG Model ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน คู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในประเทศได้อย่างทั่วถึง อยู่ระหว่างการดำเนินการร่างแผนปฏิบัติการส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพอุตสาหกรรม

โดยมียุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ ยกระดับห่วงโซ่การผลิตตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน, การปรับแนวทางธุรกิจใหม่ ภายใต้หลักการเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน, ส่งเสริมเทคโนโลยีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และขยายความร่วมมือเพื่อผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน

รวมทั้งปรับแผนการส่งเสริมการลงทุนเพื่อดึงดูดเทคโนโลยี BCG จากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่ 3 จังหวัดซึ่งตั้งอยู่ในอีอีซี ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา มุ่งเน้นใน 3 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมยานยนต์และโลจิสติกส์ โดยชูในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และยกระดับสภาพแวดล้อมการลงทุนในด้านเศรษฐกิจสีเขียว

นอกจากนี้ยังสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตเพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด การส่งเสริมการใช้ซ้ำ และให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียจากการผลิตและบริโภค ด้วยการนำวัตถุดิบที่ผ่านการผลิตและบริโภคแล้วเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเพื่อกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งต่างจากระบบเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมที่เน้นการใช้ทรัพยากร การผลิต และผลกำไรเป็นสำคัญ

จากนโยบายดังกล่าวจะเห็นว่า ในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2565 ที่ผ่านมามีการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับ BCG โดยการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีสูงกว่า 4.35 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, อุตสาหกรรมพลังงาน และอุตสาหกรรมการเกษตรและแปรรูปอาหาร โดยอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมพลังงานมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่อีอีซีถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของเศรษฐกิจ BCG ด้วยปัจจัยด้านวัตถุดิบที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางการเกษตรในพื้นที่ ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม และระบบการขนส่ง จึงดึงดูดให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการชั้นนำของโลก ทั้งจากประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้วางเป้าในปี 2569 ว่าจะต้องทำให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียวไม่ต่ำกว่า 40% ซึ่งถือเป็นความท้าทายของภาครัฐที่จะต้องสร้างแรงดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ไทยมุ่งไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วยโมเดล BCG ได้อย่างยั่งยืน.

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง