บทเรียนจากการต่อสู้ของพวกเด็กๆ

ท่าทาง...น่าจะเละเป็นโจ๊ก เป็นเต้าหู้ตกโต๊ะ เอาเลยถึงขั้นนั้น สำหรับบรรดานักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อต่อต้าน โค่นล้ม มาตรา 112 ทั้งหลาย เพราะเท่าที่ได้อ่านจากเว็บไซต์ ผู้จัดการ ที่พยายามไปรวบรวมสิ่งละอันพันละน้อยทั้งหลาย ทั้งปวง ของกลุ่มคนเหล่านี้มานำเสนอไว้เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมา คงต้องเรียกว่า...เละเป๊ะ เหลวเป๋ว ชนิดหารูป หาทรง แทบไม่ได้...

--------------------------------------------

เรียกว่า...มีทั้งเบี้ยวกันไป-เบี้ยวกันมา ถีบกันไป-ถีบกันมา หรือกระทั่งทั้งตบ-ทั้งถีบ มีทั้งถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเชิดเงิน อมเงิน ไม่ก็ออกอาการไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว อันทำให้น่าจะ ยากซ์ซ์ซ์ เอามากๆ ที่จะหวนกลับมาจุดไฟในนาครกันได้อย่างเป็นระบบเป็นกิจการ แม้จะยังมีคนแก่ คนชรา

ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ระดับเขี้ยวยาวเฟื้อย เลื้อยลากดิน มีปีก มีหาง คอยชี้แนะ ชี้นำ คอยยุยง ส่งเสริม เพียงใดก็แล้วแต่ ด้วยเหตุเพราะ ปัญหาพื้นฐาน ที่พอจะสรุปได้ไม่ถึงกับลำบาก ยากเย็น ซักเท่าไหร่ นั่นก็คือ...ปัญหาในแง่คุณธรรม ศีลธรรม ในหมู่พวกเดียวกันนั่นเอง ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแม้จะขึ้นต้นด้วยลำไม้ไผ่ แต่เอาไป-เอามา เหลาไปเหลามา กลับกลายเป็น บ้องกัญชา เอาง่ายๆ...

---------------------------------------------

คือเรื่องของคุณธรรม ศีลธรรม หรือบรรดา ธรรมะ ทั้งหลายนั้น...คงถือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องโบร่ำโบราณไม่ได้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าคิดสู้กับใคร คิดเอาชนะใคร ถ้าหากระดับศีล ระดับธรรม ยังไม่ถึงกับเสมอ ยังออกอาการตกต่ำ เสื่อมโทรม ไปกว่าฝ่ายตรงกันข้าม ยังไงๆ...ก็สู้ลำบาก!!! เพราะการแพ้-การชนะนั้น เอาเข้าจริงๆ แล้วยังไม่ถึงกับถือเป็นเรื่องหนักหนา-สาหัส มากมายซักเท่าไหร่ มีทั้งโอกาสแพ้มั่ง-ชนะมั่ง ไปตามสภาพ ตามเงื่อนไขและเหตุปัจจัย หรือตามฉากสถานการณ์ ตามวัน-เวลาที่มีแต่ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับ แต่ไม่ว่าจะแพ้หรือจะชนะก็ตาม สิ่งที่อาจถือเป็นตัวชี้ขาดคุณค่าและราคาของการต่อสู้นั้นๆ ก็คือระดับคุณธรรม ศีลธรรม ในระหว่างการต่อสู้ อันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เอาเลย เพราะถือเป็น เป้าหมาย หรือเป็น คำตอบ ว่าการต่อสู้นั้นๆ เป็นไปเพื่ออะไร? หรือเพื่อใคร? กันแน่...

---------------------------------------------

แม้แต่นักต่อสู้ครั้งโบร่ำ-โบราณ อย่าง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ระดับการต่อสู้หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่าบรรดาเด็กๆ ยุคนี้ไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า ก็ยังต้องถือเป็นเรื่องสำคัญเอามากๆ สำหรับสิ่งเรียกว่าคุณธรรมและศีลธรรมทั้งหลาย ชนิดถึงกับต้องมีการอบรม บ่มเพาะ ห้ามมิให้ทำโน่น ทำนี่ ประพฤตินั่น ประพฤตินี่ กระทั่งแค่กินเหล้า สูบบุหรี่ ยังออกจะเป็นอะไรที่ขัดหูขัดตาเอาเลยก็ไม่แน่ ไม่ต้องพูดถึงการดูหนังโป๊โดยเสรี หรือการขายอวัยวะเพศเทียมโดยเสรี ต้องรักช้าๆ แต่งงานกันช้าๆ แถมมีลูกช้าๆ อีกซะด้วยต่างหาก เพื่อที่จะได้อุทิศตัว อุทิศเวลา ให้กับการ ปฏิวัติ การ รับใช้ประชาชน แบบชนิดไม่ต้องเสียเวลาพะวงหน้า-พะวงหลัง...

-----------------------------------------------

เรียกว่า...เอาไป-เอามา บรรดา คอมมิวนิสต์แท้ๆ บางราย อาจมีลักษณะอาการไม่ต่างอะไรไปจากพวก พระสงฆ์องคเจ้า เอาเลยก็ยังมี กินน้อย-ใช้น้อย ปราศจากความฟุ้งเฟ้อ เห่อเหิม พร้อมจะเสียสละชีวิต เลือดเนื้อ ร่างกาย วิญญาณ ให้กับอุดมการณ์-อุดมคติ ที่ไม่ว่าถูกหรือผิด เหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควรก็ตามที ดังนั้น...แม้ว่าจะแพ้แล้ว-แพ้เลย โดยเงื่อนไขหรือเหตุปัจจัยใดๆ ก็แล้วแต่ โดยฉากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปรต่างไปจากล้มลงของตัวโดมิโน แต่ในแง่ของคุณค่า ราคาแห่งการต่อสู้ ของบรรดาชาวพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจำนวนไม่น้อย ยังพอเป็นที่จดจำ รำลึก เป็นที่ยกย่อง เชิดชู จนบรรดา คอมมิวนิสต์กลายพันธุ์ ทั้งหลาย ต่างหยิบเอามาโม้ เอามาต่อเติม เสริมแต่ง และต่อยอด เพื่อให้ตัวเองยังพอมีบทบาทในการต่อสู้กับใครต่อใครก็แล้วแต่...

----------------------------------------------

และด้วยเหตุที่บรรดา ชาวคอมมิวนิสต์ ทั้งหลายมักถูกหล่อหลอมขึ้นมาในลักษณะเช่นนี้นี่เอง เลยมีผลทำให้ เผด็จการล้วนๆ อย่างชาวพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงยังดูมีสง่า ราศี ยิ่งกว่า นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จำนวนมิใช่น้อย โดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบฝรั่งมังค่า หรือประชาธิปไตยตะวันตก ที่ชักออกอาการ Westlessness ยิ่งเข้าไปทุกที หรือทำให้ประเทศที่ถูกปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิสต์แท้ๆ กลับผงาดขึ้นมาเทียมหน้า เทียมตา สามารถงัดข้อ งัดแข้ง งัดขา กับมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลก อย่างคุณพ่ออเมริกา ที่ ความเป็นประชาธิปไตย กำลังอยู่ในระหว่างเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก อยู่พอดิบพอดี...

--------------------------------------------------

ดังนั้น...สำหรับการคิดจะต่อสู้เพื่อ ปฏิรูป หรือเพื่อ ล้มล้าง ระบอบการปกครองใดๆ ก็แล้วแต่ ของพวกเด็กๆ ที่ค่อนข้างขาดสิ่งที่เรียกว่าคุณธรรมและศีลธรรมตั้งแต่เริ่มแรก แถมบรรดาคนแก่ คนชรา ที่ชอบอยู่เบื้องหลังพวกเด็กๆ ยังไม่ได้คิดจะเน้นความสำคัญในเรื่องนี้ เอาแต่เลียตูดเด็กไปเรื่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันเลยเละเป็นโจ๊ก เป็นเต้าหู้ตกโต๊ะ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ยิ่งไปไกลถึงขั้นไม่คิดจะเคารพพ่อ-แม่ ครูบาอาจารย์ ไม่คิดจะกตัญญูกตเวที ไม่สนใจกาละและเทศะ เอาแต่มุ่งดูหนังโป๊โดยเสรีซะเป็นหลัก ฯลฯ ก็จึงไม่น่าแปลกใจซักเท่าไหร่นัก ว่าเหตุใดมันจึงออกไปทางเหลวเป๋วชนิดหารูป หาทรง แทบไม่ได้...

----------------------------------------------------

พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่าการต่อสู้ใดๆ ก็แล้วแต่ อันดับแรกที่มิอาจละเลย หรือมิอาจดูเบาได้โดยเด็ดขาด คือต้องหาทางต่อสู้เพื่อ เอาชนะตัวเอง กันก่อนเป็นเบื้องแรก เอาชนะกิเลส ตัณหา ความทะยานอยาก เอาชนะอารมณ์-ความรู้สึกใดๆ ก็ตามที่อาจนำไปสู่ความเลวร้ายต่อตัวเองและผู้อื่น ยิ่งสามารถเอาชนะความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต พยาบาท ริษยาและชิงชังภายในตัวตนของตนได้แบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด อันนั้นนั่นแหละ...ไม่ว่าจะสู้กับใคร ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ผู้ที่พร้อมจะแสดงออกถึงความคารวะ ความเคารพ ยกย่องและเชิดชู ย่อมดำรง คงอยู่ อย่างมิขาดสายไปอีกตราบนานเท่านาน...

------------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Lao-tse... He who conquers other is strong; he who conquers himself is mighty. – ผู้พิชิตผู้อื่นคือผู้เก่งกล้า ผู้พิชิตตนเอง...คือผู้เกรียงไกร.

---------------------------------------------------------

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดยอดประชาธิปไตย

ตื่นเต้นกันใหญ่... อเมริกาเชิญตั้ง ๑๑๐ ประเทศ ไปร่วมประชุม Summit for Democracy แต่ไม่เชิญไทย

6 เดือนคดีไม่คืบ

เกิดอะไรขึ้นกับ “คดีนายทหารเรือ” ที่เข้าไปถ่ายภาพน้องๆ เยาวชนหญิงนักกีฬายิมนาสติกในเชิงอนาจารและคุกคามทางเพศ

รัฐบาลล้วงตับ?

เป็นข่าวใหญ่โต "แอปเปิล" ส่งข้อความแจ้งเตือนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือไอโฟนหลายราย