สงสัยอยู่เหมือนกัน เมื่อวันที่ต้องยืนรอโบกเรียกแท็กซี่บริเวณเกาะดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า ทำไมบางคันป้ายไฟที่ระบุว่า "ว่าง" นั้นเป็นสีเขียว บางคันก็เป็นสีแดง
ความที่ไม่ได้ใช้บริการแท็กซี่มานาน ก็เก็บความกังขาไว้ จนกระทั่งชาวเพื่อนวัยเกษียณเล่นโซเชียลในห้องไลน์ แชร์เรื่องราว Taxi มาจึงถึงบางอ้อ ...ซึ่งมนุษย์ป้าขออนุญาตขยายต่อ โดยไม่รู้ไม่ชี้ละกันว่า ป้าอาจจะเป็นคน "หลังเขา" หรือไม่ก็เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน!!
..พอขึ้นรถนั่งสักพักแล้วลุง Taxi ถามว่า รู้ไหมว่าป้าย "ว่างสีเขียว” กับ "ว่างสีแดง” ต่างกันยังไง?!?
ลุงแกก็ตอบว่าป้ายเขียวเป็น Taxi มาตรฐานใหม่ของกรมขนส่งทางบก ที่จะติดตั้งให้กับรถแท็กซี่ ที่จดทะเบียนใหม่ด้วยป้ายไฟสีเขียว แล้วในรถจะมีปุ่มฉุกเฉิน SOS ติดตั้งไว้ตรงเสาฝั่งผู้โดยสารด้านซ้ายมือ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร หากมีเหตุฉุกเฉินกดปุ่ม SOS นี้ ก็จะสามารถติดต่อ พูด แจ้ง กับทางศูนย์ได้เลย คือติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ ปุ่มฉุกเฉิน กล้องบันทึกภาพในรถ
นอกจากนั้นแล้ว ใครที่จะมาขับรถ Taxi ป้ายเขียวนี้ คือเขาจะตรวจสอบด้วยว่ามีประวัติอาชญากรรมมาก่อนไหม หากมีคือไม่ได้เลย
แล้วลุงโชเฟอร์ก็ตบท้ายว่า “เห็นว่าเป็นผู้หญิงมันอันตราย ต่อไปถ้าจะขึ้นให้มองรถป้ายเขียวนะ”
เมื่อรู้ไว้ใช่ว่า เรียบร้อย ..มนุษย์ป้าก็ยังคงสงสัยว่า ว่างสีเขียวกับว่างสีแดง ปริมาณรถชนิดไหนมากกว่ากันหนอ ถ้าหากว่างสีเขียวมีให้บริการนิดเดียว ผู้บริโภคคงอดรนทนไม่ไหวที่จะชะเง้อหาป้ายว่างสีเขียวแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใจเย็นๆ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน มันก็คุ้มที่จะชะเง้อรอ..ใช่ไหม ถ้าพิจารณาแล้วว่า เส้นทางที่เราจะไปนั้นค่อนข้างเปลี่ยว ฉะนั้น..ใช้บริการป้ายสีอะไร ก็คงขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั่นเอง.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


