
ทำให้หลายครอบครัวเดินทางกลับภูมิลำเนาตามต่างจังหวัดเพื่อไปหาคนที่รัก แน่นอนว่าจะมีการหลั่งไหลเดินทางออกต่างจังหวัดกันอย่างคับคั่ง สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น คือการจราจรที่ติดขัด และปัญหาที่ตามมาคือการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการยับยั้งการเกิดอุบัติเหตุแต่ต้นลม หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็ออกมาประชาสัมพันธ์ไม่ให้ดื่มแล้วขับ หรือแม้แต่การตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง หลายหน่วยงานก็ตรวจให้ฟรี เช่น กรมการขนส่งทางบก ที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด แจกเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และผ้าเย็น เพื่อหวังให้ผู้ขับขี่เดินทางโดยสวัสดิภาพ
เช่นเดียวกับกรมทางหลวง (ทล.) ที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ทาง คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2566 เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนสู่ภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของคมนาคม
โดยนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดี ทล. ได้สั่งการสำนักงานทางหลวงและแขวงทางหลวงทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสอบป้ายจราจร สัญญาณไฟจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างให้พร้อมใช้งาน ตรวจสอบและแก้ไขจุดเสี่ยงและจุดอันตราย พร้อมบำรุงรักษาทางหลวงให้อยู่ในสภาพดี และมีรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เมื่อผู้ใช้ทางเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย
อีกทั้งได้ขอความร่วมมือผู้รับจ้างคืนผิวทางในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการ ซึ่งหากพบว่ามีปริมาณจราจรหนาแน่นบนเส้นทางหลัก จะทำการประสานงานกับตำรวจทางหลวงในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร หรือการเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดให้บริการทั่วไทย 393 แห่ง แบ่งเป็นจุดให้บริการทั่วไทย (โดยแขวงทางหลวง/กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ) 119 แห่ง จุดให้บริการตำรวจทางหลวง 205 แห่ง และจุดให้บริการสถานีตรวจสอบน้ำหนักและพักรถบรรทุก 83 แห่ง ซึ่งภายในจุดบริการทั่วไทยจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การให้ข้อมูลเส้นทาง แนะนำเส้นทางเลือก บริการน้ำดื่ม รวมทั้งแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมทั้งได้จัดเตรียมห้องน้ำสะอาดบริการประชาชนในพื้นที่หมวดทางหลวงทั่วประเทศ 581 แห่ง
ขณะเดียวกัน กรมทางหลวงได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษ หรือมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 พระประแดง-บางขุนเทียน ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 12 เม.ย.2566 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 18 เม.ย.2566
ถือเป็นไฮไลต์ของผู้ที่เดินทางไปภาคอีสาน โดยกรมทางหลวงจะเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ช่วง ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ ระยะทาง 64 กม. ตั้งแต่วันที่ 12-18 เม.ย.2566 ตลอด 24 ชั่วโมง (โดยจัดการจราจรแบบเดินรถทางเดียว ช่วงเดินทางขาออกจากกรุงเทพฯ วันที่ 12-14 เม.ย.2566 และช่วงเดินทางขาเข้ากรุงเทพฯ วันที่ 15-18 เม.ย.2566) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้ใช้ทางสามารถติดตามการรายงานสภาพจริงการจราจร Online แบบ Real time ผ่านแอปพลิเคชัน M-Traffic (มอเตอร์เวย์)/Thailand Highway Traffic และเฟซบุ๊ก “ศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุกรมทางหลวง”
และขอความร่วมมือประชาชนลดพฤติกรรมเสี่ยงในการขับขี่ “ไม่ขับเร็ว คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนิรภัย ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ไม่ขับรถย้อนศร” รวมทั้งเตรียมร่างกายให้พร้อม และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยให้กลุ่มเดินทางใกล้ (200-300 กม.จากกรุงเทพมหานคร) เดินทางออกทีหลังและกลับก่อน หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 (โทร.ฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และตำรวจทางหลวง 1193.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

