
หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้วันที่ 31 ก.ค. เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีก 1 วัน ทำให้มีวันหยุดราชการยาวตั้งแต่ 28 ก.ค.-2 ส.ค. ทั้งสิ้น รวม 6 วัน มองว่าจะเป็นการกระตุ้นการเดินทางและส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ซึ่งก็สอดคล้องกับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชื่อว่าภาพรวมจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากอยู่ระหว่างคาบเกี่ยวกับวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่ประชาชนจะออกไปทำบุญและเข้าร่วมกิจกรรมตามจุดต่างๆ ของประเทศ
หยุดยาว 6 วันจะทำให้ประชาชนหลั่งไหลเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ออกมาคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางด้วยรถสาธารณะเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการเตรียมความพร้อมระบบขนส่งสาธารณะทั้งขาไปและขากลับให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน เพื่อไม่ให้มีการตกค้างตามสถานีรถไฟและ บขส.
จากข้อมูลของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยข้อมูลการเดินรถประจำวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกของวันหยุดยาว 6 วัน (ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2566) ในเที่ยวไป บขส.จัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) จำนวน 4,011 เที่ยว รองรับผู้โดยสารจำนวน 58,889 คน ส่วนเที่ยวกลับจัดรถโดยสารจำนวน 3,964 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 50,735 คน รวมจำนวนเที่ยวไปและเที่ยวกลับได้จัดรถโดยสารจำนวน 7,975 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 109,624 คน โดย บขส.สามารถบริหารจัดการเดินรถและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาผู้โดยสารตกค้าง
ในส่วนการเดินทางในเที่ยวกลับ บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับระหว่างวันที่ 2-3 สิงหาคม 2566 ซึ่ง บขส.เตรียมจัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) ประมาณวันละ 3,500 เที่ยว รองรับผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 35,000 คน และได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร สน.บางซื่อ, สน.ตลิ่งชัน และ สน.ทองหล่อ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย และการจราจรโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพทั้ง 5 แห่ง และประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และผู้ประกอบการรถแท็กซี่ นำรถโดยสารมารับผู้โดยสารในเที่ยวกลับ บริเวณชานชาลาขาเข้า สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) เป็นต้น
ส่วนกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ได้เปิดเผยข้อมูลในช่วงวันหยุดต่อเนื่องที่ผ่านมา 2 วัน (28-29 ก.ค.2566) มีประชาชนใช้บริการระบบรางรวม 2,201,339 คน-เที่ยว ประกอบด้วย 1.รถไฟระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 310,562 คน-เที่ยว แบ่งเป็น ผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 130,414 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 180,148 คน-เที่ยว มีผู้โดยสารขาออกสะสม 96,450 คน-เที่ยว และขาเข้า 84,827 คน-เที่ยว ซึ่งพบว่าสายใต้มีผู้ใช้บริการมากสุด 60,372 คน-เที่ยว (ขาออก 32,290 คน-เที่ยว และขาเข้า 28,082 คน-เที่ยว)
รองลงมาคือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ 46,469 คน-เที่ยว (ขาออก 25,382 คน-เที่ยว และขาเข้า 21,087 คน-เที่ยว) สายเหนือ 38,008 คน-เที่ยว (ขาออก 19,320 คน-เที่ยว ขาเข้า 18,688 คน-เที่ยว) สายตะวันออก 22,323 คน-เที่ยว (ขาออก 12,220 คน-เที่ยว ขาเข้า 10,103 คน-เที่ยว) และสายมหาชัย/แม่กลอง 14,105 คน-เที่ยว (ขาออก 7,238 คน-เที่ยว ขาเข้า 6,867 คน-เที่ยว)
และ 2.ระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (รวมรถไฟฟ้าชานเมือง-สายสีแดง) สะสม 2 วัน มีผู้ใช้บริการ 1,890,777 คน-เที่ยว ประกอบด้วยแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 100,278 คน-เที่ยว สายสีแดง 31,591 คน-เที่ยว สายฉลองรัชธรรม (สีม่วง) 68,311 คน-เที่ยว สายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) 462,592 คน-เที่ยว สายสีเหลือง 84,320 คน-เที่ยว และรถไฟฟ้าบีทีเอส (สีเขียวและสีทอง) 1,143,685 คน-เที่ยว
ก็คงต้องบอกว่า ตลอดช่วงวันหยุดยาวนี้ประชาชนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะหายห่วงเรื่องความปลอดภัยได้เลย เนื่องจากกรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง การตรวจความพร้อมด้านร่างกาย การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ต้องเป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอ.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน
อ้อยพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างสำคัญในแต่ละปีอุตสาหกรรมนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโกยรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท

