อัปเกรดอุตฯเหล็กรับมาตรการCBAM

การเดินหน้ามาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) นั้น ส่งผลให้เกิดการตื่นตัวอย่างมากของกลุ่มผู้ผลิต ผู้นำเข้า-ส่งออกทุกประเทศ และเป็นกับทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ในขณะที่ประเทศไทยเองก็อาจจะได้รับผลกระทบถ้ายังไม่มีการปรับตัวจากฝั่งอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิต ด้วยเหตุนี้ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ทำการลงนามความร่วมมือการจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กเพื่อรองรับมาตรการ CBAM ร่วมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมีนายเติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการเอ็มเทค และนายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ส.อ.ท. ร่วมลงนาม

โดยความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินวัฏจักรชีวิต หรือ Life Cycle Assessment (LCA) ของกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็ก โดยประเมินจากข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม หรือ Life Cycle Inventory (LCI) เก็บข้อมูลจริงจากโรงงาน (Field Collection) และใช้แบบจำลองในการศึกษาจากข้อมูลที่เก็บได้ในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก เพื่อเป็นตัวแทนของข้อมูลภาคการผลิตในอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยทีมวิจัยและบริษัทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 7 โรงงาน ประกอบด้วย เหล็กแผ่น 4 โรงงาน ท่อเหล็ก 1 โรงงาน ลวดเหล็ก 1 โรงงาน และเหล็กรูปพรรณ 1 โรงงาน

ซึ่งจะร่วมกันศึกษารายการสารขาเข้าและสารขาออกของแต่ละกระบวนการผลิต เพื่อวิเคราะห์ส่วนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาในแต่ละกระบวนการ อันเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต ตลอดจนสามารถทราบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการผลิตรวมถึงผลพลอยได้เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกระบวนการผลิตในอนาคต ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2608 ต่อไป

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ปัจจุบันนี้ แนวโน้มและทิศทางของการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมมีการแข่งขันกันสูงมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การบริหารจัดการต้นทุนในกระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยอุตสาหกรรมจะเข้าสู่ Green Steel ที่จะต้องเน้นความยั่งยืน (Sustainability) พลังงานสะอาด (Green) และรักษ์โลก (Green) หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ มาตรการ CBAM ซึ่งทาง EU ได้ประกาศใช้แล้วช่วงต้นเดือน ต.ค.2566 ที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นมาตรการที่มีผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเหล็ก เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งมีการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กสำเร็จรูปไปสหภาพยุโรป (27 ประเทศ) ในปี 2566 มีมูลค่า 2,466 ล้านบาท และมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 4.3% จากมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยผู้ประกอบการจะต้องหาแนวทางเพื่อปรับรูปแบบการผลิต การผลิต เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและสอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว

 “ส.อ.ท.ให้ความสำคัญกับภาคอุตสาหกรรมไทยยกระดับภาคอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย ONE FTI จากอุตสาหกรรมดั้งเดิม (First Industries) ที่ประกอบด้วย 46 กลุ่มอุตสาหกรรมและ 11 คลัสเตอร์ ครอบคลุม 76 จังหวัด สู่อุตสาหกรรมใหม่หรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ส.อ.ท.มีการจัดตั้งสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCI) เพื่อให้องค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับ Carbon Footprint of Product (CFP) และ Carbon Footprint for Organization (CFO) นำเสนอความเห็นต่อภาครัฐเพื่อให้ประเทศไทยเตรียมความพร้อมต่อมาตรการสิ่งแวดล้อมจากต่างประเทศ เช่น CBAM มีการจัดทำ FTIX แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต" นายเกรียงไกรกล่าว

นายนาวากล่าวว่า ภาพรวมของการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและสถานการณ์ของการแข่งขันทางธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล็ก ได้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตที่มุ่งสู่ Green Steel และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางกลุ่มเหล็กได้ตระหนักในความสำคัญและมุ่งมั่นในการส่งเสริม สนับสนุนสมาชิกของกลุ่มเหล็กในการเตรียมความพร้อมขององค์กรและกระบวนการผลิตเหล็ก เพื่อรองรับการมุ่งสู่ Green and Circular Economy โดยเริ่มต้นจากการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยโครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากสมาชิกของกลุ่มเป็นอย่างมาก

แน่นอนว่าหากกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ มีการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิตและการพัฒนาต่อยอดเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนา Green Products และฉลากสิ่งแวดล้อมต่อไป.

 

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ