
สงสาร "หมอใหญ่" โรงพยาบาลตำรวจ เหมือนกันนะ
กำเผือกร้อนไว้ในมือเต็มๆ
ที่สำคัญ ไม่รู้ต้องกำไปถึงเมื่อไหร่
ก็รับทราบโดยทั่วกันนะครับ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ท่านบอกว่า "ทักษิณ ชินวัตร" ยังอยู่ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจ
ตอนนี้แอร์ซ่อมเสร็จแล้ว แต่ไม่ฉ่ำ
ก็สรุปว่า "ทักษิณ" ยังไม่ได้นอนคุก ชดใช้ความผิดที่ก่อไว้
แต่นอนห้องแอร์ที่เย็นไม่ค่อยฉ่ำ เพื่อรักษาอาการป่วยแบบเฉียบพลัน
คุณหมอโสภณรัชต์ ท่านบอกว่า จากผลเอกซเรย์แพทย์ทางหัวใจและปอดยังเป็นห่วงอยู่
ก็แสดงว่าหนักเอาการ!
เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดาโลก แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ นักโทษติดโควิดหายป่วยแล้ว ปอดพัง มีความดันสูง หลายคน แต่จะมีสักกี่คนที่ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ
ยิ่่งเป็นชั้นที่ ๑๔ ด้วยแล้ว ไม่เคยมี
เพราะชั้น ๑๔ เป็นหอผู้ป่วยพิเศษ ระดับสูง เอาไว้รองรับบุคคลวีไอพีเท่านั้น
ขณะนี้นอกจาก "ทักษิณ" แล้ว ยังมีบุคคลระดับวีไอพีพักรักษาตัวอยู่ด้วย เอ่ยชื่อไปต้องร้องอ๋อ ท่านอยู่ในข่ายพักรักษาตัวที่นั่นครับ
ก็สงสาร คุณหมอโสภณรัชต์ ครับ แทนที่จะไปรักษาผูัป่วย กลับต้องมาคอยตอบคำถามนักข่าว เรื่องชั้น ๑๔ วิวสวย
"...ที่มีการบอกว่าวิวข้างห้องรักษาสวย ขอบอกว่าวิว โรงพยาบาลตำรวจสวยทุกตึก ห้องผู้ป่วยรวม ห้องผู้ป่วยสามัญยังสวยเลย อย่ามองเรื่องวิว มองเรื่องคุณภาพชีวิตรักษาคนไข้ดีกว่า
โรงพยาบาลมีหน้าที่อย่างเดียวคือรักษาผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยส่งมาเราต้องรักษา เรามีหน้าที่ทำเรื่องของการแพทย์ เรื่องกฎหมาย เรื่องของการเมืองเราไม่เกี่ยว..."
จะให้ท่านตอบอย่างไรล่ะครับ
มันสวยจริงๆ
ก็เห็นด้วยครับ โฟกัสไปที่การรักษาผู้ป่วยดีกว่า
โดยเฉพาะผู้ป่วยชื่อ "ทักษิณ"
วันนี้ยังไม่มีแนวโน้มจะกลับเรือนจำ!
ฉะนั้นรบกวนคุณหมอรักษา "ทักษิณ" ให้เต็มฝีมือครับ อย่าออมไว้
ว่าไปแล้ว...คุณหมอโสภณรัชต์ ท่านก็น่ารักครับ พูดตรงไปตรงมา
"...เรื่องการรักษาผมจะรายงานไปที่ราชทัณฑ์ เพราะราชทัณฑ์ต้องรับทราบเรารักษาอะไรไปบ้าง ถ้าอาการดี ราชทัณฑ์ไว้ใจ โรงพยาบาลตำรวจ ไม่มีการย้ายไปรักษาที่ไหนแน่
การจะย้าย ย้ายได้ทางเดียวคือย้ายกลับราชทัณฑ์เท่านั้น
แต่ถ้าราชทัณฑ์บอกรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ แล้วยังขาดตกบกพร่อง ครั้งต่อไปอาจไม่ส่งโรงพยาบาลตำรวจ อาจส่งไปต่อไหนก็แล้วแต่ตามที่ราชทัณฑ์ได้ทำเอ็มโอยูไว้
ถ้าราชทัณฑ์จะรักษาต่อเคสที่ยากๆ โรงพยาบาลที่เหนือกว่า โรงพยาบาลตำรวจ มีไม่กี่แห่งเพราะ โรงพยาบาลตำรวจศักยภาพสูง หมอของเราเก่งมีความรู้ความสามารถ เครื่องมือดีมาก
จะมีก็แต่โรงพยาบาลรัฐ เราส่ง โรงพยาบาลรัฐต่อโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น ไม่มีเอกชน เราไม่สามารถส่งไป โรงพยาบาลเอกชนได้เลย..."
ก็กระจ่างขึ้นมาอีกระดับ
หมอโรงพยาบาลตำรวจเก่งๆ เยอะครับ ฉะนั้นอีกไม่นานกรมราชทัณฑ์น่าจะรับตัว "ทักษิณ" กลับไปเรือนจำได้
แต่หากจะมีการส่ง "ทักษิณ" ไปโรงพยาบาลเอกชนคงเป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์เท่านั้น โรงพยาบาลตำรวจไม่เกี่ยว
ครับ....มีคนเขาตั้งข้อสังเกตว่าสักวัน "ทักษิณ" อาจถูกย้ายไปโรงพยาบาลเอกชน
ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คงต้องกลับไปเรือนจำก่อน จากนั้นเป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์ว่าจะส่งไปไหน หรือทำเอ็มโอยูกับโรงพยาบาลเอกชนไว้บ้างหรือเปล่า
หรือไม่ต้องมีเอ็มโอยู ก็ส่งได้
ในอดีตมีความพยายามย้ายผู้ต้องขังไปโรงพยาบาลเอกชนอยู่บ้างเหมือนกันครับ
อย่างเช่นกรณีของ "เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์"
เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๔ นางสุรีรัตย์ ชิวารักษ์ แม่ของ "เพนกวิน" ส่งคำร้องต่อศาลอาญาให้ออกคำสั่งย้ายตัวลูกชายไปกักขังที่โรงพยาบาลพระรามเก้า กรุงเทพมหานคร
คำร้องระบุไว้ว่า
ได้รับแจ้งจากสถานกักขังกลาง จังหวัดปทุมธานี ว่า ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหา หรือ เพนกวิน มีสภาพร่างกายทรุดโทรมอย่างมาก และมีอาการที่น่าวิตก จนอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ซึ่งสภาพของสถานกักขังกลาง ไม่สามารถดูแลได้
แต่ศาลสั่งยกคำร้อง เนื่องจากไม่ได้อยู่ในอำนาจที่จะสั่งย้ายผู้ต้องขัง
ยังมีกรณี "กำนันเป๊าะ" สมชาย คุณปลื้ม หลังจากศาลสั่งจำคุก ๒ คดี รวม ๓๐ ปี ๔ เดือน ก็หายตัวไร้ร่องรอย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
มาถูกจับกุมอีกทีต้นปี ๒๕๕๖ ขณะนั่งรถกลับ หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคประจำตัว ที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ
กระทั่งปลายปี ๒๕๖๐ "กำนันเป๊าะ" ได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้ต้องขังเข้าหลักเกณฑ์พิเศษป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะ ๔ และอายุเกิน ๗๐ ปี
ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอหอมปากหอมคอ
พักโทษก็ไม่ได้ไปไหนครับ ต้องนอนโรงพยาบาลรักษาอาการป่วย
กรณี "กำนันเป๊าะ" คือ ป่วยจริง และสุดท้ายก็เสียชีวิต
ก็อโหสิกรรมกันไป
ส่วนกรณี "ทักษิณ" ก็คงจะป่วยจริง
ไม่งั้นเดือดร้อนทั้งกรมราชทัณฑ์ทั้งโรงพยาบาลตำรวจแน่นอน
เพียงแต่ป่วยถึงขั้นต้องดูแลกันเป็นพิเศษ คุกยังไม่ได้นอน โทษยังไม่ได้พัก หรือเปล่า?
อะไรที่ทำให้ผู้คนกังขาตั้งแต่เริ่มแรก ก็จะกังขาไปตลอด
นี่...มาใหม่ให้สงสัยกันอีก ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจมีห้องคลอดด้วย
คลอดโผ ครม.
"คุณหมอโสภณรัชต์" ไม่ต้องมาแก้ข่าวนี้นะครับ เพราะโรงพยาบาลไม่เกี่ยวกับการเมือง
แต่การเมืองนี่สิ ชอบไปเล่นซ่อนหาในโรงพยาบาลอยู่เรื่อย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก
ดับไฟใต้มันไม่ง่าย
ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

