จับตาสถานการณ์“เอลนีโญ”ปี67

ช่วงที่ผ่านมา หลายฝ่ายต่างจับตาถึงสถานการณ์เอลนีโญว่าอาจมีความรุนแรง ยาวนาน และสร้างความเสียหายให้กับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตร กับสถานการณ์การขาดแคลนน้ำ เพราะมีหลายหน่วยงานประเมินว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งสูง โดยปริมาณน้ำฝนในปี 2566-2567 อาจลดลงมากกว่า 5% ของปริมาณน้ำฝนปกติ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญในปีนี้หลายชนิดมีแนวโน้มลดลง ซึ่งสาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนมาล่าช้าและปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปีก่อน โดยในช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.2566 เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำฝนน้อยลง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

ขณะที่ “KKP Research” โดยกลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทรได้ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญไม่แย่อย่างที่คาด จากน้ำในเขื่อนที่สูง แต่จับตาสถานการณ์ปีหน้าอาจแย่ลง ซึ่งสาเหตุที่ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีที่ผ่านมาไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวลเนื่องจากขาดปัจจัยอื่นๆ หนุนเสริม ได้แก่ ช่วงเวลาของการเกิดเอลนีโญที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนพอดี ทำให้พอมีน้ำฝนในพื้นที่ต่างๆ บ้าง แม้ว่าจะน้อยลงจากปกติ แต่ยังไม่ถึงขั้นฝนทิ้งช่วงเป็นระยะเวลาหลายเดือนติดต่อกันเหมือนเอลนีโญในฤดูแล้ง

นอกจากนี้ยังมีปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับสูง จากปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติ เนื่องจากปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงปลายปีก่อน ทำให้พื้นที่เกษตรโดยเฉพาะในเขตชลประทานมีน้ำเพียงพอเพาะปลูกไปได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันผลผลิตภาคเกษตรกรรมโดยเฉลี่ยยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างที่คาด และยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อน หากเปรียบเทียบกับการเติบโตของผลผลิตภาคเกษตรปรับฤดูกาลของเดือน ม.ค.-เม.ย.2566 เทียบกับปีก่อนหน้า พบว่ายังเติบโตได้ 4.8% ขณะที่ผลผลิตภาคเกษตรในเดือน พ.ค.-ก.ย.2566 ยังเติบโตได้ 1.57% เช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกภูมิภาคหรือทุกสินค้าเกษตรจะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญเท่ากัน

โดยสินค้าเกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ ถ้าพิจารณาฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จะพบว่ากลุ่มพืชไม้ยืนต้น เช่น ปาล์มน้ำมันและยางพาราที่มีผลผลิตออกมาตลอดทั้งปีและต้องการน้ำในการเพาะปลูกน้อยกว่า จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบโดยตรงมากนัก ในทางตรงกันข้าม กลุ่มพืชไร่ที่เพาะปลูกแบบปีต่อปีและต้องการน้ำค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข้าวนาปรังและมันสำปะหลัง ที่มีรอบการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าจะได้รับผลกระทบมากกว่า

ขณะเดียวกัน ผลกระทบของเอลนีโญต่อประเทศอื่นทำให้เริ่มมีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลนอาหารในอนาคตบ้างแล้ว และทำให้ราคาสินค้าเกษตรเริ่มปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าว จะเป็นโอกาสของเกษตรกรไทย เพราะไทยบริโภคข้าวเพียง 55% ของการผลิตข้าวทั้งหมดประมาณ 20 ล้านตันในแต่ละปี และสามารถส่งออกข้าวที่เหลืออีก 45% หรือประมาณ 6-8 ล้านตัน ดังนั้นจากสถานการณ์ของผลผลิตเกษตรที่แม้จะไม่ได้เติบโตขึ้นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้หดตัวอย่างรุนแรง กลับยังได้รับอานิสงส์จากการที่สามารถส่งออกข้าวในราคาที่สูงขึ้นด้วย

 “จากแนวโน้มเอลนีโญที่ลากยาวเข้าสู่ฤดูแล้งในช่วงปลายปีนี้ ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2567 อาจจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตภาคเกษตรในปีหน้าได้ค่อนข้างมาก จากฝนที่อาจทิ้งช่วงเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะข้าวนาปรังที่จะเริ่มเพาะปลูกในช่วงปลายปีนี้ และเริ่มเก็บเกี่ยวไปจนถึงกลางปีหน้า ขณะที่น้ำในเขื่อนแม้ว่าในช่วงกลางปีที่ผ่านมาจะลดต่ำลงจนน่าเป็นห่วง แต่ในช่วงเดือนที่ผ่านมาฝนตกมากกว่าที่คาด ได้เติมน้ำในเขื่อนหลายแห่งจนอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะภาคะวันออกเฉียงเหนือ”

อย่างไรก็ดี ด้วยปัจจัยหนุนเสริมทั้งสองประการ KKP Research คาดการณ์ว่าผลผลิตภาคเกษตรในปีนี้จะสามารถยืนระยะต่อไปได้ แต่จะไม่ได้ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปีหน้าผลผลิตอาจชะลอตัวลงเล็กน้อยจากความเสี่ยงที่เอลนีโญจะยาวนานกว่าที่คาด แต่ด้วยน้ำในเขื่อนระดับสูงซึ่งเพียงพอจะช่วยบรรเทาผลกระทบไปได้ส่วนหนึ่ง ส่วนรายได้ของภาคเกษตรในปีนี้และปีต่อไปคาดว่าจะอยู่ในระดับที่ดีกว่าปีก่อน จากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นมากชดเชยผลผลิตที่ไม่ได้เติบโตสูงมาก.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน