'ทักษิณ'สิ้นเสรีภาพ

เอามั้ย....

ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว

หลัง ๒๒ กุมภาพันธ์ "น.ช.ทักษิณ" จะย้ายจากห้องวีไอพี ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจ ไปโรงพยาบาลเอกชนย่านพระราม ๙

รัฐบาลลุงตู่เคยถูก "น.ช.ทักษิณ" ปรามาสเมื่อปี ๒๕๖๔ ว่า

"...วันนี้เลยไม่รู้ว่าตกลงจะสั่งอะไรที่ไหน ก็มีแต่พูดแต่ชื่อมา แต่ข้อเท็จจริงแล้วเรารู้ว่ายังไม่ได้เซ็นอะไรมาเลย

แอสตร้าฯ ก็ยังมีปัญหาว่าตกลงผ่านแล้วหรือยัง แล้วมันจะมาใช้ได้จริงหรือเปล่า ถ้าจริงคงสาธุ ขอบคุณแทนประชาชนจริงๆ

แต่ว่าวันนี้คือท่านอย่าไปรับรายงานอย่างเดียวว่าเรียบร้อย โอ้โห วันนี้ท่านมั่นใจว่าร้อยล้านโดสมาแน่นอนสิ้นปีนี้

ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว สิ้นปีนี้ไม่มีร้อยล้านโดสฉีดให้ประชาชน..."

๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ รัฐบาลเปิดข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-๑๙ ของประเทศไทย ใช้เวลา ๒๙๖ วัน ครบ ๑๐๐ ล้านโดส

ขี้หมากองเดียวยังไม่ได้จาก "น.ช.ทักษิณ"

ฉะนั้นวันนี้เอาอีกที ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว หลังวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ "น.ช.ทักษิณ" ยังมีสถานะเป็นผู้ป่วยที่อาการยังวิกฤตอยู่

ยังนอนติดเตียง

กลับบ้านจันทร์ส่องหล้ายังไม่ได้แน่นอน

ทำได้แค่ย้ายโรงพยาบาลเท่านั้น

ใครที่บอกว่าเวรกรรมไม่มีจริง...นี่แหละครับเวรกรรมกำลังจะติดจรวด

"น.ช.ทักษิณ" คงจะเป็นนักโทษเพียงไม่กี่คนที่ได้ประโยชน์จากกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบกรมราชทันฑ์แทบจะทุกฉบับ

ก็คงไม่อาจขัดขวางเอา "น.ช.ทักษิณ" กลับเข้าคุกได้อีกแล้ว

หลังวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ "น.ช.ทักษิณ" ได้พักโทษ จะสร้างสถิติเป็นนักโทษที่ไม่เคยติดคุกแม้วันเดียวอย่างเป็นทางการ

แต่ยังติดบ่วงจากกรรมเก่า

"น.ช.ทักษิณ" จะป่วยจริง ป่วยการเมือง ก็อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป เพราะต้องขังตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไปอีกนาน

จำคำพูดของ "ทวี สอดส่อง" ไว้ให้ดี

วันก่อนพูดเหมือนจะเอื้อให้ "น.ช.ทักษิณ" แต่มันก็มีความหมายในมุมกลับได้เหมือนกัน

 “การอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไปไหนไม่ได้ นี่ก็คือการเสียเสรีภาพแล้ว ไปไหนไม่ได้”    

"น.ช.ทักษิณ" จึงไม่อาจไปไหนได้อีกนาน

ป่วยโคม่าจริง ก็ไปไหนไม่ได้อีกนานจริง

ป่วยการเมือง ยิ่งไปไหนไม่ได้ไม่ได้เลย

เพราะทันทีที่ "น.ช.ทักษิณ" ปรากฏตัวในระยะเวลาอันใกล้ ด้วยใบหน้าอันอวบอิ่ม ผมดำขลับ คนที่จะฉิบหายทันทีคือรัฐบาล

ส่วน "อุ๊งอิ๊ง" แทบจะหมดอนาคตทางการเมืองไปเลย

ฉะนั้นใครที่้กังวลว่า หลังจากได้พักโทษ "น.ช.ทักษิณ" จะได้กลับไปบ้านจันทร์ส่องหล้า เลิกกังวลได้ครับ โอกาสเป็นไปได้น้อย

ยังต้องชดใช้กรรมต่อ

จำคำข้อความในใบแถลงข่าวของกรมราชทัณฑ์ ที่ออกมาเมื่้อวันที่ ๑๑ มกราคม ให้ขึ้นใจ

"...ขณะนี้นายทักษิณได้ออกไปรับการรักษาตัวยังโรงพยาบาลตำรวจ เกินระยะเวลา ๑๒๐ วัน โดยเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการประสานไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อรับทราบถึงอาการป่วยของนายทักษิณ ซึ่งแพทย์ได้รายงานอาการเจ็บป่วยในหลายประการที่ต้องเฝ้าระวัง โดยแจ้งความเห็นว่า ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทางและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดถึงอาการป่วย เพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิต..."

 “...อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้พิจารณาจากความเห็นของแพทย์ผู้ทำการรักษาที่พิจารณาแล้ว มีความเห็นว่ายังต้องดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด ประกอบกับเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความครบถ้วนตามกฎหมาย จึงพิจารณาเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๗ ให้นายทักษิณอยู่รักษาตัวต่อยังโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากยังคงมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเฉพาะทาง และหากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรืออาการที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตจะได้ดำเนินการรักษาอย่างทันท่วงที..."

อย่ากะพริบตา!

จาก ๑๑ มกราคม ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ เวลาแค่กว่า ๔๐ วัน ผู้ป่วยขั้นโคม่าจะกลับมาหายเป็นปกติ เดินปร๋อออกจากโรงพยาบาลได้หรือไม่

ในทางการแพทย์น่าจะเป็นไปได้น้อยมากๆ

แต่ในทางการเมือง อะไรก็เป็นไปได้ จะเลิกหาย หรือป่วยต่อก็ได้

ป่วยโคม่าจริงก็รักษากันไป เป็นธรรมดาของผู้สูงอายุ

ป่วยการเมือง มี ๒ ทางเลือก

ทางเลือกแรก ป่วยการเมืองต่อไป ยอมรับสภาพการสิ้นเสรีภาพในห้องสี่เหลี่ยม

หาก "น.ช.ทักษิณ" ฉลาด ควรเลือกทางนี้ 

นอนต่ออีกสักครึ่งปี จะสมจริงสมจังกว่า

ทางเลือกที่สอง ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น หายป่วยโคม่าไปดื้อๆ 

ทางเลือกนี้ "น.ช.ทักษิณ" ต้องมั่นใจว่าสามารถทัดทานกับแรงต่อต้านความเหิมเกริมของตัวเองได้

ซึ่งดูแนวโน้มแล้ว น่าจะเลือกแนวทางแรก

นอนตากแอร์ในโรงพยาบาลเอกชน

อาจต้องนอนให้ครบ ๑ ปี ตามโทษที่เหลือหลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

การเมืองหลังจากนี้ จะเป็นการต่อสู้การอย่างดุเดือดระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล

โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งถัดไป    

ขอให้ "น.ช.ทักษิณ" ท่องให้ขึ้นใจ ทุกๆ การกระทำของตัวเอง จะส่งผลไปถึงคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และการไม่ติดคุกแม้วันเดียว พรรคเพื่อไทยได้เสียคะแนนนิยมจำนวนหนึ่งซึ่งทับซ้อนกันอยู่กับพรรคก้าวไกล ไปให้กับพรรคก้าวไกลเรียบร้อยแล้ว

ฉะนั้นถ้าจะคิดต่อสู้กับพรรคก้าวไกลจริง "น.ช.ทักษิณ" จะต้องนอนให้ห้องสี่เหลี่ยม ยอมสิ้นเสรีภาพให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

หรือที่ง่ายกว่านั้นคือ...

ทำให้สังคมได้ประจักษ์ว่า ป่วยจริง ด้วยหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ จับต้องได้ ไม่ใช่จากคำบอกเล่าของ "หมอใหญ่" หรือกรมราชทัณฑ์

ซึ่งสามารถทำได้ในทันที

หลายคนคงกังวลกับการเติบโตของพรรคก้าวไกล และคิดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองได้

ขอให้เข้าใจเสียใหม่ หากเรื่องของ "น.ช.ทักษิณ" ยังดำมืดแบบนี้ "น.ช.ทักษิณ" นี่เองจะเป็นคนปลุกให้ พรรคก้าวไกล เติบใหญ่กว่าเดิมอีกมาก

ไม่เชื่อ...ก็ร้อยบาทเอาขี้หมากองเดียว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฟกนิวส์ระดับโลก

เอาเข้าไป เดี๋ยวนี้สำนักข่าวระดับโลกปล่อยเฟกนิวส์กับเขาด้วย นักวิชาเกินก็ไม่สนสี่สนแปด เอาไปวิจารณ์กันน้ำลายแตกฟอง

อย่าเล่นกับปืน

ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย

ฟรีซข้าราชการ

ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว

คนละฝั่งกำแพง

ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่

ไม่เอาอะไรสักอย่าง

เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

ขวางทางปืน

ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก