
โดนเข้าให้....
วานนี้ (๒๒ มกราคม) วุฒิสภายื่นญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๓
มีวุฒิสมาชิกร่วมลงชื่อ ๙๘ คน
เนื้อหาในญัตติ ระบุว่า คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๖ และได้เข้าบริหารราชการแผ่นดิน มาจนถึงบัดนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประมาณ ๔ เดือน รัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินแก้ไขปัญหาสำคัญตามนโยบายที่แถลงไว้ รวมถึงปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ได้แถลงนโยบายไปแล้ว ซึ่งมีทั้งหมด ๗ หัวข้อ
๑.ปัญหาด้านเศรษฐกิจของชาติและปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นแนวทางในการสร้างงานสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนที่ยั่งยืน การทำให้ประชาชนมีรายได้และมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และเป็นการแก้ปัญหาความยากจน รัฐบาลมีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมอย่างไร รวมถึงสภาพปัญหาการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ๑ หมื่นบาท ชอบด้วยกฎหมายและไม่สร้างภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนจะดำเนินการได้จริงหรือไม่ รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่รัฐบาลทำอยู่ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาจากต้นตอ
๒.ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมาย ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามคำพิพากษาที่สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการยุติธรรม ๒ มาตรฐาน การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ช่วยพวกพ้องหาผลประโยชน์ส่วนตัว สร้างมาตรฐานในกระบวนการที่บิดเบี้ยว
๓.ปัญหาด้านพลังงาน ไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างปัญหาของประเทศ และการบริหารจัดการราคาพลังงานทั้งค่าไฟ ก๊าซหุงต้ม และน้ำมัน นอกจากนั้นจะแก้ปัญหากลุ่มทุนพลังงานมีอิทธิพลกับการเมือง ทำให้กลุ่มทุนกำหนดราคาพลังงานในอัตราที่สูงเกินความจำเป็น จนทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระราคาเชื้อเพลิงที่สูงเกินจริง
๔.ปัญหาด้านการศึกษาและสังคม ไม่เร่งปฏิรูปการศึกษา เพิกเฉยต่อการผลักดันการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อให้เป็นกฎหมายบังคับใช้เป็นแม่บทในการพัฒนาการศึกษาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
๕.ปัญหาด้านการต่างประเทศและการท่องเที่ยว รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไรกับผู้กระทำความผิดที่เป็นจีนเทา เพราะจะกระทบกับความสัมพันธ์และความรู้สึกของชาวจีน รวมถึงการวางตัวเป็นกลาง และการเลือกข้างของรัฐบาล กับความขัดแย้งของประเทศต่างๆ จะวางตัวอย่างไรให้เหมาะสม และมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย
๖.ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทำประชามติ ต้องมีความชัดเจน เพื่ออธิบายให้ได้ว่ามีความจำเป็นในการดำเนินการอย่างไร โดยชอบด้วยกฎหมาย เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศได้อย่างไร
และ ๗.ปัญหาการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ตามที่วุฒิสภาได้เสนอแนะเร่งรัดต่อรัฐบาลไปแล้วนั้น รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางดำเนินการตามข้อเสนอแนะอย่างไร
ปัญหาข้างต้นเป็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่เร่งด่วน ที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการและแก้ไขปัญหาโดยทันที เพราะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งไม่บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การยื่นญัตติดังกล่าวเป็นการยื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการหรือดำเนินการล่าช้าในการแก้ไขปัญหาสำคัญตามนโยบายที่ได้แถลงไว้
ครับ...แค่ ๔ เดือน รัฐบาลมีเรื่องให้ต้องซักฟอกกันถึง ๗ เรื่อง
ในมุมของรัฐบาลอาจมองว่าเร็วไป
ถึงขนาดที่ "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เหน็บแนมว่า ไม่กังวลมีแต่เป็นห่วง ว่าฝ่ายค้านหรือแม้กระทั่งวุฒิสภาจะหาประเด็นมาซักฟอกได้ยาก
แต่ดอกแรกจากวุฒิสภา ๗ เรื่อง
ใน ๗ ข้อนี้มีบางข้ออย่าไปคาดหวังจากรัฐบาล
ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปการศึกษา
เพราะดูหน้าตาและภูมิหลังของคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้ว แย่กว่ารัฐบาลลุงตู่ชนิดเทียบกันไม่ได้เลย
๒ เรื่้องนี้จึงไม่ต่างให้เด็กอนุบาลไปทำข้อสอบปริญญาเอก
การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอีกประเด็นที่อย่าคาดหวัง แม้จะมีหลายคนในพรรคเพื่อไทยกระเหี้ยนกระหือรือจะแก้ไขให้ได้ แต่ด้วยความซับซ้อน ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และต้องใช้ระยะเวลายาวนาน รัฐบาลจะมีอันเป็นไปเสียก่อนที่จะแก้ไขได้สำเร็จ
พลังงาน ท่องเที่ยว ปัจจัยภายนอกเป็นตัวกำหนด
การจัดการด้านพลังงานที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคา แต่เป็นธรรมกับประชาชน
เมื่อไหร่ก็ตามที่รัฐบาลแทรกแซงราคามากเกินไป เงินจากภาษีของประชาชนก็จะถูกนำมาแก้ปัญหามากเท่านั้น
อีก ๒ ปัญหา คือปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม คงจะเป็นไฮไลต์ในการอภิปรายของวุฒิสภา
เศรษฐกิจของประเทศกำลังวิกฤตตามที่รัฐบาลบอกจริงหรือไม่
วิกฤตแล้วทำไมรัฐบาลไม่จัดการกับปัญหาอย่างเร่งด่วน
ประเด็นนี้มองมุมไหนรัฐบาลก็ถูกถล่มเละเทะ
นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลคิดใหญ่ ทําไม่เป็น
คิดตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๖ กว่าจะแจกก็หลังเดือนพฤษภาคมปีนี้ไปแล้ว
นี่คือการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยความจำเป็นเร่งด่วน อย่างนั้นหรือ
ระวังรัฐบาลอาจต้องไปอธิบายเรื่องนี้ในศาล
ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม
สมัย น.ช.ทักษิณ หนีไปต่างประเทศ พรรคเพื่อไทยโอดครวญว่า ถูกกลั่นแกล้ง มีการเขียนกฎหมายเพื่อเล่นงานทักษิณ ขนาดเขียนรัฐธรรมนูญก็เพื่อขจัดและกีดกันทักษิณ
เหน็บแนมถึงขนาดว่า ทำไมไม่ระบุชื่อทักษิณเอาไว้ในรัฐธรรมนูญเสียเลย
แล้ววันนี้เป็นไงครับ
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ กฎกระทรวง ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ล้วนเป็นประโยชน์กับ "น.ช.ทักษิณ" ทั้งสิ้น
จน "น.ช.ทักษิณ" กลายเป็น "นักโทษเทวดา"
ช่างบังเอิญจริง!
นี่แค่ ๔ เดือนในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเศรษฐา
แค่ ๔ เดือนก็เห็นจุดตาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฟกนิวส์ระดับโลก
เอาเข้าไป เดี๋ยวนี้สำนักข่าวระดับโลกปล่อยเฟกนิวส์กับเขาด้วย นักวิชาเกินก็ไม่สนสี่สนแปด เอาไปวิจารณ์กันน้ำลายแตกฟอง
อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ฟรีซข้าราชการ
ข่าวใหญ่ครับ รัฐบาลจะ “ฟรีซข้าราชการ” ไม่เพิ่มตำแหน่ง มีเท่าไหร่ก็เท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ๑ เมษายน ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีข้าราชการทั้งสิ้น ๒,๘๗๕,๑๓๙ คน จำนวนนี้ไม่รวม พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราว
คนละฝั่งกำแพง
ช่วงนี้ดุกันจริงครับ ยิงกันเป็นว่าเล่น ราวกับว่าติดคุกวันสองวันก็ออกมาดูโลกภายนอก ต่างคนต่างจิตต่างใจต่างเหตุผล แต่การเอาชีวิตผู้อื่นไม่ใช่เรื่องน่ายกย่อง ไม่ใช่ฮีโร่
ไม่เอาอะไรสักอย่าง
เราจะอยู่ในโลกที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงขนานใหญ่นี้ได้อย่างไร เรื่องนี้หลายรัฐบาลทั่วโลกเขาคิดกันหนักมากนะครับ เพราะต่างก็ตระหนักเหมือนๆ กันว่า กติกาโลกที่มีอยู่มันไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว
ขวางทางปืน
ช็อกครับ...เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้่นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่มันควรเกิดในอเมริกาไม่ใช่หรือ การเข้าถึงอาวุธปืนของคนไทยมันช่างง่ายในทุกช่วงอายุของคน ไม่ว่าเด็กหรือผูัใหญ่ เมื่อถึงคราวต้องการใช้ มันหาได้ไม่ยาก

