ซอฟต์พาวเวอร์ จันทร์ส่องหล้า

น่าเกลียดที่สุด

และไม่มีอะไรจะน่ารังเกียจไปกว่านี้อีกแล้ว

"ตระกูลชินวัตร" ด้านกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว

ทันทีที่ "นักโทษชายทักษิณ" ได้พักโทษ ซึ่งนักกฎหมายขี้ครอกทั้งหลายอ้างว่า เป็นไปตามกฎหมาย ก็พักป่วยขั้นโคม่าในทันทีเช่นกัน

ภาพแรกในรอบครึ่งปี "นักโทษชายทักษิณ" ใส่เฝือกอ่อนพยุงคอ เฝือกแขน นั่งในรถตู้กับลูกๆ ออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า สีหน้าดูไม่เหมือนคนป่วยห่างหมอไม่ได้

แต่เป็นภาพของคนพยายามป่วยมากกว่า

หมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ "พล.ต.ท.โสภณรัชต์  สิงหจารุ" คงต้องอธิบายทางการแพทย์ให้สังคมได้เข้าใจว่า  "นักโทษชายทักษิณ" ป่วยจริง

เพราะมีข้อพิรุธเยอะครับ

วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ "นักโทษชายทักษิณ" เดินทางกลับไทย และเข้าไปในแดน ๗ เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ  คือโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็ถูกส่งตัวไปนอนตากแอร์ ที่ห้องวีไอพี ชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจในทันที

วันนั้นกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า "นักโทษชายทักษิณ"  จัดอยู่ในกลุ่มเปราะบาง

มีโรคประจำตัว ๔ โรค

๑.โรคกล้ามเนื้อขาดเลือด ซึ่งต้องรับประทานยาอยู่ตลอดเวลา

๒.ปอดอักเสบ เนื่องมาจากติดเชื้อโควิด-๑๙ จึงทำให้เกิดพังผืดในปอด มีความผิดปกติของออกซิเจน

๓.ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความดันผิดปกติ ต้องรับประทานยาตลอดเวลา

๔.กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากภาวะเสื่อมตามอายุ  ขณะนี้นายทักษิณ มีอายุ ๗๔ ปี จึงเกิดกระดูกสันหลังเสื่อม กดทับเส้นประสาทปวดเรื้อรัง ทำให้การทรงตัวผิดปกติ

   จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังใกล้ชิด

ย้อนกลับไปอ่านคำแถลงข่าวของ "สิทธิ สุธีวงศ์" รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยิ่งเกิดข้อสงสัยทวีคูณ

"...โรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีแพทย์เฉพาะทางในการรักษาบางโรค จึงต้องรอสังเกตอาการต่อเนื่อง หากจำเป็นอาจพิจารณาส่ง โรงพยาบาลตำรวจ เป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ตาม ท่านทักษิณยังมีอาการปกติ ไม่มีสีหน้ากังวล และไม่ได้ร้องขออะไรเพิ่มเติม..."

ไทม์ไลน์ "นักโทษชายทักษิณ" กลับถึงไทย เวลา  ๐๙.๒๙ น. วันที่ ๒๒ สิงหาคม

๑๓.๐๐ น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้แถลงข่าว หลังจากรับตัว นายทักษิณ เข้ามาที่เรือนจำแล้ว

๐๐.๒๐ น. วันที่ ๒๓ สิงหาคม เลยเที่ยงคืนไปนิดหน่อย เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้นำตัว "นักโทษชายทักษิณ" ส่งโรงพยาบาลตำรวจ อ้างมีอาการนอนไม่หลับ  แน่นหน้าอก วัดความดันโลหิตสูง ระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ

โรคหัวใจก็โผล่มา

วันนั้นแพทย์โรงพยาบาลตำรวจอธิบายว่า ดูประวัติการรักษาตัวของ "นักโทษชายทักษิณ" ที่สิงคโปร์ประกอบด้วยด้วย

แต่มีหลักฐานจากการโพสต์ในโซเชียลของ "อุ๊งอิ๊ง" ว่า เข้าผ่าตัดถุงน้ำดีและไส้เลื่อน ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจเลย

จากที่ "นักโทษชายทักษิณ" มีอาการปกติ ไม่ร้องขออะไรเพิ่มช่วงกลางวัน ตกดึกทุกอย่างมาครบ ต้องหามส่งโรงพยาบาลตำรวจในทันที

โรคหัวใจมากำเริบอย่างบังเอิญ

ถัดมาเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ มีข่าวหมอโรงพยาบาลตำรวจ เจาะหัวไหล่ "นักโทษชายทักษิณ" ๔ รู          

เป็นการผ่าตัดเกี่ยวกับข้อและกระดูก

จะเกี่ยวกับภาพ ใส่เฝือกอ่อนพยุงคอ เฝือกแขน หรือเปล่าไม่ทราบได้ แต่การผ่าตัดผ่านไป ๔ เดือนแล้ว นานเกินไปที่จะต้องใส่เฝือกอีก

มีข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดไหล่ที่ใกล้เคียงกับกรณี "นักโทษชายทักษิณ" ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์โรงพยาบาลต่างๆ สามารถหาดูได้โดยทั่วไป ระบุเอาไว้ว่า

 “...การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ จะใช้กล้องขนาดเพียง  ๔.๕ มิลลิเมตร เจาะบริเวณรอบๆ หัวไหล่ประมาณ ๓-๔ รู เพื่อให้สามารถใส่เครื่องมือและกล้องที่มีกำลังขยายสูงเข้าไปทำการผ่าตัดรักษาภายใน และแพทย์จะทำการรักษาโดยดูรายละเอียดผ่านจอมินิเตอร์ภายนอก จึงทำให้บาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อน้อย แผลเล็ก ฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม...”

การแถลงอาการของ "นักโทษชายทักษิณ" ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ที่ผ่านมา

กรมราชทัณฑ์ ยังคงยืนยันว่า "นักโทษชายทักษิณ"  อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทางและต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ถึงอาการป่วยเพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิต

ไม่มีคำอธิบายว่าโรคอะไรทำให้อันตรายถึงชีวิต แม้จะอ้างเรื่องโรคหัวใจก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนจะขาดช่วงไป ไม่มีการกล่าวถึงอีก ยกเว้นถูกเจาะ ๔ รู

การใส่ เฝือกอ่อนพยุงคอ เฝือกแขน ไม่ได้สะท้อนถึงโรคที่ห่างหมอไม่ได้จะต้องตายในทันที
ตอกย้ำด้วยภาพริมสระน้ำบ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่มีอะไรเฉียดกับคำแถลง ของกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ที่บอกว่าผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทาง และต้องดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายถึงแก่ชีวิตเลย

เป็นอย่างนี้แล้ว หมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คงต้องเจอวิบากกรรมนับจากวันนี้ไปอย่างแน่นอน

เมื่อผู้คนไม่เชื่อว่า "นักโทษชายทักษิณ" ป่วยจริง กระบวนการตรวจสอบก็ต้องไปเริ่มต้นที่ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ๒ คนข้างต้น

หากพบว่ามีการโกหกกันอย่างเป็นขบวนการ นอกจากกระบวนการยุติธรรมที่เสียหายอย่างย่อยยับแล้ว รัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้

และ "อุ๊งอิ๊ง" ไม่มีทางเป็นนายกฯ ภายในสถานการณ์ พักโทษ พักป่วย ของ "นักโทษชายทักษิณ" ได้อย่างแน่นอน

มันจะยิ่งกว่ากรณีข้อสอบรั่ว เป็นร้อยเป็นพันเท่า

อย่าคิดว่าประชาชนกินแกลบกินหญ้า นึกจะรวมหัวทำอะไรกันก็ทำได้

เป็นมหัศจรรย์แห่งความบังเอิญทางกฎหมาย ที่ "นักโทษชายทักษิณ" ผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงคือการคอร์รัปชัน กลับไม่ต้องติดคุกแม้แต่วันเดียว

ฝากไปถึง "อุ๊งอิ๊ง".....

ไม่ต้องไปหาซอฟต์พาวเวอร์ ที่ไหนให้เมื่อยดากแล้วครับ

"นักโทษชายทักษิณ" นี่แหละ

ดับเบิล ซูเปอร์ เวรี่ๆ ซอฟต์พาวเวอร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายทุนก้าวไกล

เริ่มต้นด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ วานนี้ (๑๗ เมษายน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดเงินบริจาคของพรรคการเมือง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ทั้งสิ้น ๑๓ พรรคการเมือง

รวยแล้วไม่โกงไม่มี

นายกฯ เศรษฐาเปิดใจวานนี้ (๑๕ เมษายน) ฟังแล้วเหมือนเดจาวู "...มั่นใจได้ว่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนไม่มีแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามต้องพูดเรื่องทรัพย์สิน เรื่องของชีวิตส่วนตัว ส่วนตัวของผมลงตัวแล้ว มีรายได้ในอดีตที่ดีพอสมควร มีทรัพย์สินที่ทำให้อยู่ได้อย่างสบายๆ

รัฐบาลลิงแก้แห

ชี้แจงก็เหมือนไม่ชี้แจง ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คงจะหน้าเขียวไปตามๆ กัน เพราะถูกรัฐบาลบีบให้ร่วมโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต วงเงินที่รัฐบาลล้วงมาคือ ๑๗๒,๓๐๐ ล้านบาท

วอลเล็ตมรณะ

อย่าเพิ่งดีใจ... ใครที่คาดหวังว่ารัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตทันไตรมาส ๔ ของปีนี้ ควรเผื่อใจไว้บ้าง