
แม้ว่าโดย วัย และ สังขาร ออกจะเป็นอะไรที่ งอมม์ม์ม์ เต็มที แต่นอกจากยังพอมีโอกาสได้ดู บอลโลก คราวล่าสุด มาถึง ณ บัดนี้...ยังแถมได้เจริญหู เจริญตา เจริญใจ ไปกับ บอลยูโร อย่างชนิดแทบไม่น่าเชื่อแต่ก็คงต้องเชื่อ ว่าอะไรจะบุญรอด บุญบังเอิญ ไปได้ถึงปานนั้น!!!
แต่ก็นั่นแหละทั่น...ด้วยวัยและสังขารที่ยังอุตส่าห์ลากยาว ยังตะเกียกตะกายมาได้ถึงขั้นนี้ การดู บอลยูโร เที่ยวนี้ ออกจะผิดแผก แตกต่าง ไปจากครั้งแล้วๆ หรือครั้งที่เคยผ่านหู-ผ่านตามาก่อนอยู่พอสมควรทีเดียว โดยเฉพาะในแง่ของความ ตื่นเต้น-เร้าใจ ที่เคยถึงกับทำให้เอวยอก-เอวเคล็ด เนื่องจากการ บิดมา-บิดไป หรืออาการ กรามค้าง เนื่องจากการแหกปาก ร้องตะโกน ระหว่างการโรมรัน พันตู ของนักฟุตบอลแต่ละคู่ไปเป็นระยะๆ มาคราวนี้...ถึงอยู่ในช่วงจังหวะยิงประตู ทำประตู แต่อย่างมาก...ก็เพียงแค่อือๆ-อาๆ ไปตามเรื่อง-ตามราว...
จะเป็นเพราะช่วงหลังๆ...ค่อนข้างจะห่างเหินจากฟุตบอลสโมสรดังๆ ในยุโรป ไม่ว่าพรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, บุนเดสลีกา ฯลฯ ไม่เหลือแรงจูงใจพอที่จะคิดเป็นสาวก ผีแดง-แมนฯ ยูฯ หรือ หงส์แดง-ลิเวอร์พรุน ฯลฯ แบบบรรดา ผีบ้าบอล ชาวไทยทั้งหลายมานานแล้ว หรือเป็นเพราะ ความแก่-ความชรา ก็มิอาจสรุปได้ แต่การที่เคยได้ ผ่านหู-ผ่านตา กับสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด จนชักเกิดข้อสรุปแบบเดียวกับท่าน ปัญญาจารย์ ในพระคัมภีร์ไบเบิล ที่ว่าเอาไว้เมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้วนั่นแหละว่า ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้...ไม่มีอะไรใหม่ ปวงประดาความ ตื่นเต้น-เร้าใจ ทั้งหลาย มันเลยแห้งๆ-เหือดๆ แทบไม่เหลือติดปลายนวมเอาเลยก็ว่าได้...
ไม่เกิดอารมณ์-ความรู้สึก...ที่จะไป ยึดมั่น-ถือมั่น กับฝ่ายโน้น-ฝ่ายนี้ ชาตินั้น-ชาตินี้ สโมสรโน้น-สโมสรนี้ ฯลฯ หรือไม่เหลือแรงจูงใจที่จะดำรงตนเป็น สาวก ของใครต่อใคร ไม่ว่าจะผีแดง-หงส์แดง-ราชันชุดขาว เสือต้ง-เสือใต้ ฯลฯ ใดๆ อีกต่อไป ใครจะเข้ารอบ-ตกรอบ ใครจะเป็นแชมป์ยูโร ก็คงต้องปล่อยให้ แอโร่ซอฟท์ เขาว่าไปตามเรื่อง-ตามราว ตามคำโฆษณาที่ขยันกรอกหูกันชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร แต่นั่น...ก็ไม่ได้ทำให้บรรดาความเพลิดเพลิน-เจริญใจ ต้องแห้งแล้งแหงแก๋จนกลายเป็นหุ่นยนต์ เป็นผีตายซาก อะไรทำนองนั้น แต่กลับทำให้อารมณ์-ความรู้สึก แบบที่เรียกๆ ว่า ความว่าง ค่อยๆ สอดแทรกและปรากฏขึ้นมาแทนที่...
เพราะ ความแพ้-ความชนะ ของใครต่อใครก็แล้วแต่...เอาไป-เอามาแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้นเอง-มันเป็นพรรค์นั้นแหละ หรือมีแต่ผลัดกันแพ้-ผลัดกันชนะ ไปตามเหตุ-ตามปัจจัย ที่ย่อมเปลี่ยนมา-เปลี่ยนไป แล้วแต่ละวาระและโอกาส แบบเดียวกับดวงอาทิตย์ขึ้น-ดวงอาทิตย์ตก ลมพัดไปทางใต้แล้วเวียนกลับมาทางเหนือ ฯลฯ ดังที่ว่าเอาไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั่นแล ทุกสิ่งทุกอย่าง มันเลย อนิจจัง-อนิจจัง-สารพัดจะอนิจจัง ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง และนั่นเอง...ที่ทำให้สิ่งที่เรียกว่า ความว่าง มันเลยกลายเป็น ความสงบเย็น ที่น่ารัก น่าพึงปรารถนาเอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนแก่และคนชราทั้งหลาย...
ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเย็น-ความสว่าง-ความสะอาด จนแทบจะบรรลุ นิพพาน ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล แต่ยังช่วยให้เกิดความ เข้าถึง-เข้าใจ ต่อบรรดาอารมณ์-ความรู้สึกต่างๆ ไม่ว่าความดีใจ-เสียใจ ความรัก-ความโลภ-ความหลง-ความโกรธ-เกลียด-เคียดแค้น-พยาบาทและชิงชัง ฯลฯ ไม่ว่าภายในสนามฟุตบอล หรือนอกสนามฟุตบอลก็แล้วแต่ ชนิดอาจเลยไกลไปถึงบรรดาพวกที่ยัง ยึดมั่น-ถือมั่น อยู่กับสีแดง-สีเหลือง-สีส้ม หรือสีอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ จนต้องกลายเป็น สาวก ของสีหนึ่ง-สีใดไปจนได้ ทั้งที่แก่-แสน-แก่ ชรา-แสน-ชรา ไปแล้วก็เถอะ...
หรือพูดง่ายๆ ว่า...การมีโอกาสได้ดู บอลยูโร เที่ยวนี้ อาจช่วยให้เกิดการเติบโตทางอารมณ์-ความรู้สึก หรือทางจิตวิญญาณยิ่งขึ้นไปใหญ่ จนอดไม่ได้ที่ต้องนำเอาอารมณ์-ความรู้สึกดังกล่าว มาสาธยายให้กับบรรดาพรรคพวก เพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหาย ที่ต่างเข้าคิว รอคิว พร้อมร่วงหายกันไปทีละราย-สองราย ว่าอะไรจะสุข จะทุกข์น้อย เทียบเท่ากับ ความสงบ นั้น...ไม่น่าจะมี!!! ด้วยเหตุนี้ หรือด้วยเพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็อย่าถึงกับต้องไป ยึดมั่น-ถือมั่น กับอะไรต่อมิอะไร ให้ตัวเองต้องกลายสภาพเป็น สาวก ของใครต่อใครโดยใช่เหตุ...สู้หันมา ปล่อยวาง หันมาให้ความสำคัญกับ ความว่าง ให้มากๆ เข้าไว้นั่นแหละดี เพราะโอกาสจะสงบเย็น-สว่าง-สะอาด ยังอาจพอเป็นไปได้ ก่อนที่จะต้อง เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง กันไปตามสภาพ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

