ขา..พาไปได้ตามอำเภอใจ

งานวิจัยมหาวิทยาลัยเดนมาร์กน่าสนใจมาก เพราะระบุว่า ความมั่นใจในตนเองหลังวัยกลางคนไม่ได้อยู่ที่สมอง แต่อยู่ที่ขา! ฉะนั้นจึงมีข้อแนะนำและเตือนสติว่า

1.เมื่อคุณอายุมากขึ้น เท้าและขาของคุณจะต้องแข็งแรงอยู่เสมอ

2.เมื่ออายุมากขึ้น ไม่ต้องกังวลว่าผมหงอก ผิวหย่อนคล้อย หรือผิวหนังเหี่ยวย่น คุณควรดูแลขาแทน

3.American Journal of Prevention สรุปสัญญาณของการมีอายุยืนยาว โดยกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงจัดเป็นกล้ามเนื้อที่สำคัญที่สุด

4.ถ้าคุณไม่ขยับขาภายในสองสัปดาห์ ความแข็งแรงของขาของคุณจะลดลงเป็นเวลา 10 ปี

5.การวิจัยพบว่า หากคนทุกวัยไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเวลาสองสัปดาห์ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาจะลดลง 1/4 ซึ่งเท่ากับอายุ 20 ถึง 30 ปี

6.ถ้ากล้ามเนื้อขาอ่อนแรง แม้เราจะทำการฟื้นฟูสมรรถภาพและออกกำลังกายก็ยังต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว

7.การออกกำลังกายและการเดินเป็นประจำมีความสำคัญมาก

8.น้ำหนักตัวทั้งหมดอยู่ที่ขา

9.ร่างกายมนุษย์รับน้ำหนักของร่างกายไว้ที่เท้า 50% ของน้ำหนักร่างกายมนุษย์อยู่ในกระดูก และ 50% ของกระดูกอยู่ที่ขา

10.ข้อต่อและกระดูกที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุดในร่างกายมนุษย์อยู่ที่ขา

11.70% ของพลังงานในการทำกิจกรรมของคุณถูกเผาที่เท้า

12.ขาและเท้าเป็น "ศูนย์กลางการเคลื่อนไหว" ของร่างกาย

13.ขาประกอบด้วยเส้นประสาท 50% ของร่างกายมนุษย์ 50% ของหลอดเลือด และ 50% ของเลือด

14.เครือข่ายการไหลเวียนโลหิตขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อขาเข้ากับร่างกาย

15.ผู้ที่มีเท้าและขาแข็งแรงจะมีเลือดไหลเวียนได้อย่างราบรื่น และผู้ที่มีกล้ามเนื้อขาที่พัฒนาดีจะมีหัวใจที่แข็งแรง

16.ตามสถิติแล้ว 15% ของผู้สูงอายุเสียชีวิตภายในหนึ่งปีหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาหัก!

17.ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะออกกำลังกายขาสำหรับคนวัย 60 ปี

18.ท้าและขาจะแก่ชราไปตามกาลเวลา แต่การออกกำลังกายเท้าและขาเป็นงานตลอดชีวิต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”